LPG….ซึมแทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน
LPG…..ความจริงที่ควรรับได้
ได้ยินเสียงบ่นจากคนใช้รถเรื่องน้ำมันราคาแพงทุกวี่ทุกวัน
ซี่งเป็นเรื่องจริงมาหลายปีแล้ว
แล้วก็มีจำนวนเจ้าของรถส่วนตัวไม่น้อยหันไปใช้แก๊สแทนน้ำมัน ทั้ง NGV และ LPG เพราะถูกกว่าน้ำมันหลายเท่าตัว
แม้จะมีสารพัดน้ำมันประเภทแก๊สโซฮอลไว้ให้เลือกใช้ก็ตาม
การใช้ NGV ในยานยนต์เป็นนโยบายรัฐ เห็นได้จากการสนับสนุนให้รถแท็กซี่ใช้ ตั้งแต่ปี 2550 รถตู้ รถประจำทางรุ่นใหม่ ก็ใช้ NGV ที่มีราคาถูกแต่มีข้อจำกัดที่จำนวนปั๊มที่ยังมีไม่มากนัก ส่วน LPG ที่ใช้ในครัวเรือน อุตสาหกรรม รถยนต์ ปิโตรเคมี และในราวสิบปีที่ผ่านมา มีคนนำไปใช้ในยานพาหนะมากขึ้นๆทุกที รถบ้านราคาแพงๆไม่น้อยก็นิยมใช้เช่นกันเพราะราคาถูกกว่าน้ำมันและหาได้ง่ายมีปั๊มแก๊สชนิดนี้มากทั่วทุกหัวระแหง ในทุกจังหวัด
การใช้ NGV ในยานยนต์เป็นนโยบายรัฐ เห็นได้จากการสนับสนุนให้รถแท็กซี่ใช้ ตั้งแต่ปี 2550 รถตู้ รถประจำทางรุ่นใหม่ ก็ใช้ NGV ที่มีราคาถูกแต่มีข้อจำกัดที่จำนวนปั๊มที่ยังมีไม่มากนัก ส่วน LPG ที่ใช้ในครัวเรือน อุตสาหกรรม รถยนต์ ปิโตรเคมี และในราวสิบปีที่ผ่านมา มีคนนำไปใช้ในยานพาหนะมากขึ้นๆทุกที รถบ้านราคาแพงๆไม่น้อยก็นิยมใช้เช่นกันเพราะราคาถูกกว่าน้ำมันและหาได้ง่ายมีปั๊มแก๊สชนิดนี้มากทั่วทุกหัวระแหง ในทุกจังหวัด
LPG เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ในการหุงต้มทำอาหารในครัวเรือน ร้านอาหารที่มีระดับไปจนถึงรถเข็นขายข้าวผัด
ก๋วยเตี๋ยว ลาบน้ำตก
เพราะหาง่ายราคาถูก
ที่ราคาถูกเพราะว่าตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลทั้งหลาย
ควบคุมให้ราคา LPG อยู่ที่ 333 เหรียญสหรัฐต่อตัน(หรือประมาณ
10.26 บาท/กิโลกรัม ) ตั้งแต่ช่วงที่น้ำมันดิบที่นำมากลั่น LPG
ราคา 33 เหรียญต่อบาร์เรล และLPG ประมาณราคา 14.13 บาท/กิโลกรัม
รัฐควบคุมที่ราคานั้นจวบจนทุกวันนี้
ปัจจุบันนี้ LPG ราคาถึง1,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน(หรือประมาณ
31 บาท/กิโลกรัม หรือประมาณ 15.5 บาท/ลิตร) แต่คนไทยโชคดีมาก
ที่รัฐช่วยประคองราคาให้ประชาชนได้ใช้ก๊าช LPG ในราคาควบคุม ในภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง โดยรัฐให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใช้เงินในกองทุนจ่ายชดเชยให้แก่โรงกลั่นน้ำมันผู้ผลิต
LPG จากการกลั่นน้ำมันดิบ
และจ่ายชดเชยให้แก่ผู้นำเข้า LPG
ราคาขายปลีก LPG สำหรับภาคครัวเรือน กิโลกรัมละ 18.13 บาท กองทุนน้ำมันช่วยจ่ายแทนผู้บริโภค LPG ภาคครัวเรือน
กิโลกรัมละ 10.4416 บาท
ราคาขายปลีก LPG สำหรับภาคขนส่ง กิโลกรัมละ 21.38 บาท กองทุนน้ำมันช่วยจ่ายแทนผู้บริโภค LPG ภาคขนส่ง
กิโลกรัมละ 7.4042 บาท
ส่วนราคาขายปลีก สำหรับภาคอุตสาหกรรม กิโลกรัมละ
30.13 บาท ไม่มีการจ่ายชดเชย แต่กองทุนน้ำมันได้รับจากภาคอุตสาหกรรม
กิโลกรัมละ 0.7784 บาท
เรื่องของ LPG ที่ใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน
ทั้งการหุงต้มและการใช้ในยานพาหนะ รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน
จะต้องปรับให้ถูกต้องชอบธรรมและกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนให้น้อยที่สุด มีประเด็นต้องพิจารณา ดังนี้
1. การที่ต้นทุน LPG แพง แต่รัฐยังให้กองทุนน้ำมันจ่ายแทนผู้บริโภคส่วนหนึ่งนั้น
ถูกต้องและชอบธรรมหรือไม่
คำถามคือ กองทุนน้ำมันตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร ?
คำตอบคือ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีวัตถุประสงค์ตรงตามชื่อ ตั้งแต่แรก
คือ เพื่อพยุงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
ไม่ให้มีการขึ้นลงอย่างสวิงสวายจนผู้บริโภคได้รับผลกระทบปรับตัวตามไม่ทัน ผู้ที่ต้องจ่ายให้กองทุนฯ คือ ผู้ที่ใช้น้ำมันเบนซิน
ดีเซลและแก๊สโซฮอล แต่ในเมื่อ NGV และ LPG ก็เป็นเชื้อเพลิงประเภทหนึ่ง ผู้ซื้อก็ควรต้องจ่ายเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเช่นกัน
ซึ่งก็ได้บ้างจากภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ LPG
แต่ว่า ทุกวันนี้
ผู้ใช้น้ำมันทุกประเภทที่จ่ายให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
กลับกลายเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้บริโภค LPG สามารถซื้อในราคาถูกกว่าต้นทุน
โดย จ่ายแทนผู้บริโภค
LPG ภาคครัวเรือน กิโลกรัมละ 10.4416 บาท
โดย จ่ายแทนผู้บริโภค LPG ภาคขนส่ง กิโลกรัมละ 7.4042 บาท
นับว่าไม่เป็นธรรมสำหรับผู้ใช้น้ำมันทุกประเภท
ที่ทุกครั้งที่ซื้อน้ำมัน จะต้องจ่ายเงินส่วนหนึ่งเพื่อผู้ใช้ LPG เสมอมา
เรื่องความเป็นธรรม
เป็นเรื่องสำคัญในทุกสังคม ที่ทำให้สังคมมีความสงบสุข
ดังนั้น รัฐต้องไม่เป็นผู้สร้างความไม่เป็นธรรมในสังคมเสียเอง
แต่จะทำอย่างไรต่อไป
เพื่อรักษาความเป็นธรรมในสังคม เพื่อไม่บิดเบือนกลไกตลาด ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เป็นโจทย์ปัญหาที่ท้าทายสำหรับภาครัฐ
2. ทุกวันนี้ ราคา LPG ที่แตกต่างกัน มีใครได้รับผลประโยชน์จากการนี้อีก ??
โดยหลักการ ผู้บริโภคแต่ละประเภทเป็นผู้ได้รับประโยชน์
แต่ในความเป็นจริง
มีการเอาเปรียบกัน มีการใช้ราคาที่แตกต่างกัน แสวงหาผลประโยชน์ แสวงหากำไรโดยไม่
สนใจว่าจะกระทบต่อส่วนรวม
เมื่อ LPG ตัวเดียวกันนี้แหละ ....
ขายสำหรับภาคครัวเรือน
กิโลกรัมละ 18.13 บาท
ขายสำหรับภาคขนส่ง กิโลกรัมละ 21.38 บาท
ขายสำหรับภาคอุตสาหกรรม กิโลกรัมละ
30.13 บาท
นับประสาอะไรกับเรา ที่ไม่ใช่คนค้าขาย
ยังคาดเดาได้ว่า ต้องมีคนเก็งกำไรแน่ ๆ... แล้วบรรดานักค้านักขายนักเก็งกำไรจะไม่มองเห็นกำไรจะจะในการโยกย้ายถ่ายเท
LPG ภาคครัวเรือน หรือภาคขนส่ง ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม
เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มกำไร หรือเอา LPG ราคาอุ้มชู ในไทยไปขายในประเทศใกล้เคียงที่ราคาแพงกว่า
LPG ราคาอุ้มชูในประเทศ ทำท่าจะไปอุ้มชูเอื้อเฟื้อประเทศเพื่อนบ้านด้วย
เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน LPG ของเราราคาถูกที่สุด
LPG ของเรา ขายให้ภาคครัวเรือน กิโลกรัมละ 18.13 บาท
ในขณะที่ประเทศมาเลเชียราคากิโลกรัมละ 20 บาท อินโดนีเชีย 23 บาท พม่า 34 บาท ลาว 44
บาท กัมพูชา 45 บาท และเวียตนาม 54 บาท
โอกาสการลักลอบค้าขาย LPG หุงต้ม จากบ้านเราไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
จึงเป็นไปได้สูง
และน่าจะลักลอบสะดวกยิ่งขึ้นเมื่อในภูมิภาคนี้ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
โอกาสการถ่ายเทไปใช้ผิดประเภทภายในประเทศ และการลักลอบค้าขายไปประเทศเพื่อนบ้าน
จะลดน้อยลงหรือคลี่คลายไปได้ อยู่ที่รัฐต้องใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มแข็ง จับกุมการกระทำผิดอย่างเข้มข้น
1.LPG ในวันนี้ และในอนาคต
จะเป็นอย่างไร
ทุกวันนี้ แหล่งพลังงานลดน้อย และหายากขึ้นทุกที
พลังงานที่เป็นพื้นฐานหลักของการอุปโภคบริโภค
นับวันยิ่งหายากขึ้น ค่าใช้จ่ายในการให้ได้มาซึ่งพลังงานเหล่านั้น
ก็สูงขึ้นตามระดับความยาก
บวกกับค่าใช้จ่ายทางด้านสิ่งแวดล้อม
เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังงานสะอาดและปราศจากสารเรือนกระจกต้นเหตุของภาวะโลกร้อน
เตรียมตัวเตรียมใจได้เลยว่า
ต่อแต่นี้ไปจะไม่มีคำว่าถูกสำหรับพลังงาน
เฉพาะ LPG กว่าจะได้มาใช้ ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนสารพัด
ทั้งการสำรวจขุดเจาะ การขนส่งสู่กระบวน การผลิต โรงแยกก๊าซธรรมชาติ โรงกลั่นน้ำมัน
ถังเก็บ โรงบรรจุถังก๊าซ รถขนส่งไปยังสถานีบริการและร้านจำหน่ายซึ่งต้องใช้มอเตอร์ไซด์มาส่งถึงบ้านเรือน
ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น
แต่....ตอนนี้ยังสบายใจกันอยู่
ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ
เพราะกองทุนน้ำมันช่วยอยู่(ทั้งที่หนี้ท่วม)
แต่ถ้า....ถึงวันหนึ่ง ที่รัฐสู้ไม่ไหวอีกต่อไป กองทุนล่มสลายหายไปแล้ว ผู้บริโภคต้องซื้อด้วยราคาจริง ซึ่งอาจจะตกใจที่ราคาเป็นจริงนั้นมากกว่าเป็นเท่าตัวหรือเกินเท่าตัว
ขณะนี้ มีทั้งผู้ไม่เห็นด้วยและผู้เห็นด้วย
ว่าควรปล่อยให้ราคา LPG เป็นไปตามกลไกตลาด
ผู้ที่ไม่เห็นด้วย เกรงว่าจะกระทบกับผู้มีรายได้น้อย
ผู้เห็นด้วย เพราะเห็นว่าไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมที่กองทุนน้ำมันไปอุ้ม
LPG ซึ่งเป็นลูกโซ่ต่อไปถึงการแสวงหากำไรจากส่วนต่าง
อย่างผิดกฏหมาย
ในที่สุดนี้
รัฐควรจะดำเนินการเกี่ยวกับ LPG โดยยึดหลักการที่ถูกต้อง
ใช้มาตรการที่มีความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชนและผู้มีรายได้น้อย
ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดต่อการดำรงชีวิต ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ รวมทั้งมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง
LPG เป็นเรื่องราวของพลังงานเชื้อเพลิงประเภทหนึ่ง
ที่เป็นประเด็นที่จะต้องหาข้อยุติที่ลงตัว
เรื่องราวของพลังงานตัวอื่น ๆ
จะทะยอยเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา จะวิกฤตหรือไม่เพียงใด
เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องติดตาม
การตั้งหน้าอนุรักษ์อย่างเดียว...ย่อมเป็นไปไม่ได้
หรือ มุ่งแต่การพัฒนาพลังงานอย่างเดียว...ก็ไม่ได้เช่นกัน
การอนุรักษ์และพัฒนาด้านพลังงานต้องทำควบคู่กันไปให้สมดุล
จึงจะเกิดผลประโยชน์ในระยะยาว
โดยไม่ลืมว่า
ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ย่อมมาจากความร่วมมือของประชาชน
ประชาชนที่ต้องได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น