ปี ๒๕๔๐ ได้รับคำสอนจากหลวงตามหาบัว
ที่วัดป่าบ้านตาด
เป็นเรื่องหนึ่งในชีวิต ที่ข้าพเจ้าจดจำ
ไม่มีวันลืม
ในปีนั้น ข้าพเจ้ามีโครงการวิจัย
ที่ต้องไปเก็บข้อมูลที่จังหวัดอุดรธานี
หลังจากเสร็จธุระกับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว

เรียนกับท่านผู้ว่า ฯ ว่าอยากจะไปกราบหลวงตามหาบัว
ท่านผู้ว่า ฯ บอกว่า ช่วงบ่ายท่านจำวัด
เพราะสุขภาพของท่านไม่ดีนัก
ข้าพเจ้ายังยืนยันว่า ขอให้ช่วยพาข้าพเจ้าไปที่วัดป่าบ้านตาดเถิด
ไปเห็นวัดก็ยังดี
แม้จะไม่ได้กราบหลวงตา ก็ยังอยากจะไป
ท่านผู้ว่า ฯจึงกรุณาจัดรถตู้ให้ ๑ คัน
พร้อมส่งข้าราชการที่จังหวัด ๓-๔ ไปเป็นเพื่อน
จำได้เป็นเรื่องแปลก พอรถตู้เลี้ยวเข้าถนนที่มุ่งสู่วัดป่าบ้านตาด
ฝนตกลงมาจั๊ก ๆ ทั้งที่ไม่มีวี่แววก่อนหน้านั้นเลย
น้อง ๆ ที่ไปเป็นเพื่อน พูดว่า หลวงตาคงให้พร
จำได้ว่า ข้าพเจ้าเปิดหน้าต่างข้างที่นั่ง แล้วยื่นมือออกไปรับน้ำฝน
พร้อมพูดว่า ขอรับพรจากหลวงตา
รถวิ่งไปตามถนนเล็ก ๆ ที่ตรงไปยังวัด
มองเห็นประตูวัดปิดอยู่
ก่อนถึงประตู มีรถคันหนึ่งวิ่งแซงมา แล้วลงไปลากประตูให้เปิดออก
แล้วรถคันนั้นก็เข้าไปก่อน
รถตู้ของเราจึงขับตามไป
ที่รู้สึกแปลกมาก ก็คือ ฝนที่ตกจั๊ก ๆ นั้น
ขณะที่รถถึงหน้าประตูวัด ฝนแทบจะหยุดตก มีเพียงพรำ ๆ เล็ก ๆ
ดังนั้นเมื่อรถจอดอยู่ที่อาคารไม้หลังหนึ่ง (เห็นเพียงอาคารเดียว)
เมื่อเราลงจากรถ จึงไม่ต้องกลัวเปียกฝนแล้ว
มีพระสงฆ์รูปหนึ่ง ท่านยืนอยู่ตรงอาคารไม้นั้น
อาคารนี้ ในตอนนั้น ข้าพเจ้าคาดว่า เป็นที่ที่สำหรับประชาชน
เพื่อทำบุญและฟังธรรมะ
พระสงฆ์รูปนั้น ท่านบอกแก่ข้าพเจ้าว่า ให้ไปกราบนมัสการพระพุทธรูป
เมื่อกราบเสร็จ ข้าพเจ้าคิดว่า ข้าพเจ้าก็คงต้องกลับแล้ว
แต่ปรากฎว่า พระสงฆ์รูปนั้น บอกว่า หลวงตาให้ไปกราบท่านที่กุฏิ
แล้วท่านก็นำทางไป
ข้าพเจ้าตกใจมาก แปลกใจมาก เพราะไม่คาดคิดจริง ๆ
และไม่คิดว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี จะจัดการให้ได้กราบหลวงตา
เพราะท่านผู้ว่า ฯ ท่านยังบอกข้าพเจ้าว่า ถึงไปก็ไม่ได้กราบหลวงตา
และน้อง ๆ จากจังหวัดที่ผู้ว่า ฯ ส่งมาเป็นเพื่อนนั้น เขาก็แปลกใจมาก
แถมเขาก็ดีใจมาก บอกว่า เพราะข้าพเจ้าทีเดียว ทำให้เขาโชคดี
นับเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้กราบหลวงตาใกล้ ๆ ทั้งที่เขาเป็นชาวอุดร
และบอกว่า ข้าพเจ้าทำบุญไว้มาก จึงได้พบหลวงตา
ข้าพเจ้าเดินไปถึงหน้ากุฏิไม้ หลังเล็ก ๆ มองขึ้นไป
เห็นหลวงตามหาบัว เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้พบ ได้เห็นท่าน
ข้าพเจ้าขึ้นบันได จนถึงขั้นสุดท้าย (ผู้ชาย ๓ คน ในรถคันแรกขึ้นไปก่อน)
แต่ข้าพเจ้างง ๆ อยู่ เห็นหลวงตานั่งลงตรงยกพื้นเลยหัวบันได
หลวงตามองหน้าข้าพเจ้าตรง ๆ บอกให้นั่งลงตรงหน้าของท่าน
ข้าพเจ้านั่งอยู่ตรงหน้าท่านจริง ๆ ในระยะใกล้ชิดมาก
ข้าพเจ้ายังงงไม่หาย
ยิ่งมองท่าน เห็นแววตาที่ท่านมองตรงมาที่ข้าพเจ้า
แววตาเมตตาล้นเหลือ ข้าพเจ้าอธิบายความรู้สึกไม่ได้
รู้แต่ว่า หลวงตาท่านช่างมีเมตตาต่อเราเหลือเกิน
ประโยคแรกที่ข้าพเจ้าได้ยินคือ "มาที่นี่แล้วรู้สึกอย่างไร"
ข้าพเจ้าจำได้ว่า คิดว่าจะตอบอย่างไรดี
แต่ก็หลุดปากโดยอัตโนมัติว่า "มาแล้วรู้สึกสงบคะ"
หลวงตากล่าวตอบว่า "ดีแล้ว ออกไปก็ขอให้รู้สึกแบบเดียวกันนี้"
ต่อจากนั้น หลวงตา (ตอนนั้นข้าพเจ้าเรียกท่านว่า "หลวงปู่")
ท่านสอนข้าพเจ้าเกี่ยวกับอารมณ์ ใช้เวลาประมาณเกิอบครึ่งชั่วโมง
ข้าพเจ้ายังแปลกใจว่า หัวข้อที่ท่านให้ธรรมะนั้น เหมาะแก่ข้าพเจ้ามาก
เพราะข้าพเจ้าเป็นคนเจ้าอารมณ์คนหนึ่ง โกรธง่าย โมโหง่าย
ไม่ค่อยจะยอมใคร สรุปแล้ว เป็นคนที่ต้องพัฒนาด้านอารมณ์
แล้วท่านหลวงตา ท่านคงหยั่งรู้กระมัง ถึงได้เตือนสติได้ตรงขนาดนั้น
ที่สำคัญ ท่านมองมาที่ข้าพเจ้าตลอดเวลาที่ท่านให้ธรรมะ
ข้าพเจ้าก็มองตอบด้วยความรู้สึกเคารพอย่างสูง และศรัทธายิ่ง
ประมาณครึ่งชั่วโมงที่มีคุณค่ายิ่ง ยังคงอยู่ในความทรงจำ
ข้าพเจ้าได้กราบท่านว่า ข้าพเจ้ากราบขอบพระคุณหลวงปู่ที่เมตตาให้ข้อคิด
ข้าพเจ้าจะนำไปปฏิบัติ
ท่านกลับตอบว่า....
"หลวงปู่ยังไม่ขอบใจนะ ทำได้เมื่อไร ให้กลับมา หลวงปู่จึงจะขอบใจ"
ข้าพเจ้าได้ไปวัดป่าบ้านตาดอีกครั้งหนึ่งในปีต่อมา แต่ไม่ได้เข้าไปกราบท่าน
เพราะผู้คนที่มากราบท่านมากจนเข้าไม่ถึงตัวท่าน
ต่อมาข้าพเจ้าพยายามจะไปกราบท่านที่สถานปฏิบัติธรรม แถว ๆ พุทธมณฑลสาย ๓
แต่ก็เข้าไปไม่ถึง และไม่ได้ไปกราบท่านอีกเลยจนถึงปัจจุบันนี้
แต่คำสอนของท่านยังดังก้องอยู่เสมอ
แววตาอันเมตตาของท่านยังอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม
ชีวิตที่ดีงามของข้าพเจ้า ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในครั้งนั้น
ครั้งเดียวในชีวิต ที่ได้พบเห็นหลวงตามหาบัวเป็นครั้งแรก
เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่รับคำสอนโดยตรงจากท่าน
เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่ได้กราบลงตรงหน้าหลวงตามหาบัว
นับเป็นบุญเหลือล้น