C.Manee

C.Manee
คิดเก่ง ทำเป็น พูดได้

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ขุดลอกแม่น้ำ ลำคลอง คู และทางน้ำไหลธรรมชาติ ก่อน mega project

แผนระยะยาวในการป้องกันน้ำท่วมของประเทศ
จะใช้แบบญี่ปุ่น แบบเนเธอร์แลนด์ แบบเกาหลีใต้ หรือแบบผสมผสาน
ย่อมต้องมี .....
แต่ระยะเวลาที่จะดำเนินการจนแล้วเสร็จ คงอีกนาน
คงเกิดน้ำท่วมอีกหลายครั้ง

ระยะสั้น สำหรับปีหน้า ปี 2555
จะมีน้ำท่วมแบบปี 2554 หรือไม่ จะมากกว่าหรือไม่
ไม่มีใครรู้ได้

ตั้งแต่นี้ไป.........รัฐบาลต้องรีบดำเนินการอย่างจริงจัง 
ในการขุดแม่น้ำ คูคลองให้ลึกและกว้างขึ้น
ต้องกำจัดขยะลอยน้ำ ขยะแช่น้ำ ขยะฝังใต้น้ำ ให้หมดไป
และการสร้างคูคลองใหม่เลียบขนานถนนสายหลักและรอง 
จะช่วยให้มีทางให้น้ำได้ไหล อย่างมีทิศทางมากขึ้น

ที่สำคัญที่สุด คือ
ผู้เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่ผู้มีอำนาจบังคับบัญชา ผู้ดำเนินการ
ต้องไม่คอรัปชั่น ซึ่งเป็นกิเลส ขยะในใจ                      
โดยไม่งุบงิบ เงินงบประมาณส่วนหนึ่งเข้ากระเป๋า
ขจัดขยะในใจ พร้อม ๆ กัน

นอกจากน้ำจะมีทางไหลสะดวกแล้ว
บ้านเมืองของเราก็จะก้าวไปข้างหน้าอย่างราบรื่นด้วย


วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ทำไม กทม.แห้ง VS นนทบุรี-ปทุมธานี-นครปฐม เป็นบังเกอร์น้ำ

น้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ต้องบันทึกไว้กันลืม

ประชาชนจำนวนมากลำบาก สูญเสียทรัพย์สิน กำลังใจ สุขภาพ
พื้นที่แต่ละแห่งมีความสำคัญแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

กทม. ได้รับการปกป้องไม่ให้น้ำท่วม  
นนทบุรี  ปทุมธานี นครปฐม และจังหวัดที่ล้อมรอบ กทม. 
ต้องแบกรับน้ำจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เข้าท่วม กทม.

แม้มีการเรียกร้อง .....
ขอให้ปล่อยน้ำ ลดระดับน้ำสักนิดเถอะ   เราจะท่วมน้ำเน่าตายอยู่แล้ว
คำตอบก็คือ.....  
           รอหน่อยเถอะนะ ต้องแน่ใจก่อนว่าจะไม่ทำให้ กทม.น้ำท่วม

........แล้วชาวบังเกอร์จะทำอย่างไรล่ะ  
กทม.ไม่ให้น้ำไหลผ่าน เขาย่อมทำได้ เพราะเขาเป็นคนสั่งการทางน้ำทั้งหลาย
ปิดก็ได้ เปิดก็ได้ ทางน้ำไม่ทำงานก็ได้ !!!!!!
เมื่อทำอะไร กทม.ไม่ได้  
ก็ต้องเรียกร้องให้ กทม.ชดเชยค่าเสียหาย จากการเป็นบังเกอร์ให้


ชุมชนไหน พื้นที่ไหน เป็นบังเกอร์ให้เขตไหน 
ควรได้รับค่าชดเชยค่าเสียหายจากเขตที่ได้รับประโยชน์ 
ใช่หรือไม่



            

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

นายกรัฐมนตรีกับการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทย

คนไทยเรียนวิชาภาษาอังกฤษตั้งแต่ชั้นประถม ก็จริงอยู่
แต่ไม่ได้ใช้ในการสื่อสารเลย
พูดก็ไม่ได้ ฟังก็ไม่รู้เรื่อง
เขียนอ่านก็แสนจะไม่ได้เรื่อง
เพราะอะไร...
เพราะถูกกำหนดเป็นวิชาหนึ่งที่ต้องเรียน
เหมือนอีกหลายวิชา...ที่เรียนเสร็จ ก็คืนคุณครูไป

แม้จะได้เรียนต่อชั้นมัธยม เลยไปจนจบปริญญาตรี โท เอก
ในหลักสูตรไทย ไทย ไม่ได้โกอินเตอร์
ก็ใช้ภาษาอังกฤษแบบ snake snake fish fish
แต่คนไทยส่วนใหญ่ ถ้าหลีกภาษาอังกฤษได้ จะรีบหนีให้ห่าง
เคยเห็นโฆษณาในทีวี คนไทยพบฝรั่ง จะตกใจเส้นผมชี้ตั้งวิ่งหนีไปเลย
เดี๋ยวนี้ ก็คงยังไม่เปลี่ยนไปเท่าไร

หลักสูตรประถม มัธยม อุดม ต้องปรับเปลี่ยน
แทนที่จะเพิ่มหลักสูตรอินเตอร์
ก็สอนหลักสูตรไทยไทย ด้วยภาษาอังกฤษไปเลย
ต่อไป จับพลัดจับผลู คนไทยธรรมดาคนหนึ่ง  ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
จะได้ไม่ทำให้ประเทศไทยอับอาย ไงละ

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ภาพที่อธิบายชีวิต

ต้นไม้ตัว V                        victory ของการเติบโต  

ใบไม้ใบเดียวที่หลงเหลือ         ยืนหยัดจนถึงวาระสุดท้าย 

ต้นเล็ก ๆ ได้รับการดูแล    คนเล็ก ๆ ควรได้รับการเหลียวแล

ต้นหญ้าชูคอเทียบภูเขา     สรรพสิ่งล้วนเท่าเทียม

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

คิดดี พูดดี(ไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง) และทำดี

มีหลายประเด็นปนกันในบทความนี้

คู่(s) ขัดแย้งในสังคมไทย ควรใช้วิธีการสร้างสรรค์ ไม่ควรใช้ความรุนแรงหรือวิธีการที่ไม่พึงประสงค์ ....
........เช่น การใช้ภาษาเสียดสีให้ร้าย การใช้อาวุธ การใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม...

ในภาวะวิกฤตน้ำท่วมมหาศาลที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ขอถามว่า....
.......จะเป็นไปได้ไหมที่จะหยุดความโกรธ อาฆาตมาดร้าย เกลียดชัง ที่ใครก็แล้วแต่ที่มีต่อกัน
หันมาร่วมมือกันแก้ไข ช่วยเหลือผู้คนที่มีความทุกข์
ช่วยกันคิดว่าระยะยาวจะป้องกันอย่างไรให้ผู้คนอยู่รอดปลอดภัย

เคยมีคำพูดว่า "ผู้แทนแบบไหน มาจากประชาชนแบบนั้น"
อาจจะกล่าวต่อว่า "ประเทศใดมีคุณภาพเพียงใด ให้ดูนักการเมืองของเขา "

นักการเมือง ต้องมีพฤติกรรมทางกาย วาจา ใจ ที่เป็นตัวแบบที่ดี
ต้องคิดดี พูดดี (จะเก่งหรือไม่เก่งไม่เป็นไร) และทำดี

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

4 H เพื่อการสร้างคนทุกวัย

การสร้าง การพัฒนา การดูแลรักษาคน
ตั้งแต่ปฐมวัย จนถึงปัจฉิมวัย

ประกอบด้วย 4 H
Head หัวหรือสมอง สมองต้องมีข้อมูล สมองต้องทำงานเป็น
.............คิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ
Hand มือหรือทักษะที่ถูกฝึกตามวัย ทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
.............ทักษะในการประกอบอาชีพ
Heart หัวใจหรือจิตใจที่ดีงาม จิตใจแกร่ง รู้ผิดรู้ถูก
.............รู้จักให้และเสียสละ มากกว่าความละโมภโลภมาก
Health ร่างกายแข็งแรง คล่องแคล่วว่องไว
.............ปราศจากโรคภัย

นักศึกษามีวุฒิภาวะ

การที่ นักศึกษาดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ประท้วง สกอ.
เรื่องไม่รับรองหลักสูตร
การที่ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสุนันทาประท้วง
เรื่องการออกนอกระบบ
เป็นการแสดงออกทางความคิด ต่ออนาคตของตนเอง
เป็นการแสดงออกที่มีสาระ
เป็นการแสดงออกที่มีวุฒิภาวะ
ทำให้ที่เคยเป็นห่วงว่า นักศึกษาไม่โตสักที
มีความหวังว่า นักศึกษาในสมัยนี้จะให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้ชีวิตมากขึ้น
มีความหวังว่า นักศึกษาในสมัยนี้จะเจริญวัย เจริญสติปัญญา ทันต่อโลก
และเตรียมตนเองเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ


วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

รอดูฝีมือผู้อาสา

ยังไม่สามารถประเมินว่า....
ครม นายก ฯ ยิ่งลักษณ์ จะ ยอด.. แหย... หรือยี๊
เพราะบางคนเราก็ไม่รู้จัก บางคนก็เคยได้เห็นเพียงผิวเผิน

ประชาชนได้ให้โอกาสแก่ผู้ที่อาสาจะเป็นผู้แทนไปทำงานประเทศแทนแล้ว
ก็ขอให้องค์กรสภาผู้แทน ฯ และผู้แทนราษฎรทุกคน
รู้และทำบทบาทหน้าที่เต็มที่ ไม่เอาเปรียบประชาชน

ส่วน นรม.,รมว.,รมช.,ตำแหน่งการเมืองทุกตำแหน่ง
ดีที่สุด คือ ผลักดันให้เกิดสิ่งดี ๆ แก่ประชาชน
ฝีมืออย่างธรรมดา คือ ผลงานเท่าทุนที่มีอยู่เดิม
.......หรือ งานเดินไปเรื่อย ๆ ด้วยฝีมือข้าราชการ เจ้าหน้าที่
แต่ขออย่าให้ถึงขั้นแย่กว่าเดิม สร้างปัญหาปวดหัว สร้างความวุ่นวาย
ที่กระทบต่อชีวิตของชาวบ้าน

เพราะประเทศไม่ใช่ห้องทดลอง
หรือที่ที่ฝึกฝนฝีมือ



วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เชลซี vs ไทย

ฟุตบอลล์
กีฬาที่ผู้ชายส่วนใหญ่ชื่นชอบ ผู้หญิงบางส่วนก็ชอบ
แสดงถึงความสามารถทางสติปัญญา ความแข็งแกร่งของร่างกาย
และสปิริตของผู้เล่น (+ ผู้ชม)

วันอาทิตย์ที่ 24 กค. ช่อง 3 ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลล์
ระหว่างทีมเชลซี และทีมไทยออลสตาร์
ทำให้ละครเรื่องทงอี เลื่อนเวลาไป
เลย(จำใจ)ต้องดูฟุตบอลล์คู่นี้ไปอย่างไม่ตั้งใจ

ผู้เล่นของเชลซี มีผิวสีอ่อน ผิวสีเข้มจัด
เล่นกับผู้เล่นไทย ผิวสองสี
ภายใต้กติกาสากล
พวกเขาก็เล่นไปได้ด้วยดี โยนลูก เขี่ยลูก เตะลูก
เอาชนะกันโดยการเตะเข้าประตู
ใครได้ลูกเข้าประตูเยอะกว่า ก็ชนะไป
จบแล้วเขาก็แยกย้ายกันไป
ถึงเวลาก็มาสู้กันใหม่ ด้วยฝีมือที่ดีขึ้นหรือแย่ลง

เกมส์กีฬา สอนคนให้มีสปิริต รู้แพ้ รู้ชนะ
ชนะ.....ต้องไม่เหิมเกริมลืมตัว พัฒนาตนเองต่อไป
แพ้.....ต้องไม่ชวนตี พัฒนาตนเองต่อไปเช่นกัน
ถึงเวลา...มาสู้กันใหม่ ตามกติกา

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การศึกษาไทยควรสร้างคนติดดิน


....ได้ไปเสวนาเรื่อง 4 ปีข้างหน้า การศึกษาไทยควรเป็นอย่างไร
ในฐานะตัวแทนของพรรครักษ์สันติ
ได้นำเสนอว่า......



นโยบายการศึกษาควรสร้างคนรุ่นใหม่ติดดิน เป็นพลเมืองที่ดี
ซื่อตรง มีวินัย รับผิดชอบ
คิดเป็น ทำเป็น ทำมาหากินได้
และมีจิตสำนึกด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
โดย...
...เพิ่มคุณภาพของการพัฒนาเด็กปฐมวัย ด้วยการ
ส่งเสริมการพัฒนาสถานเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยให้มีคุณภาพ
พัฒนาครู ผู้ดูแลเด็ก และหลักสูตรเด็กปฐมวัย
เพื่อให้เด็กปฐมวัยเติบโตทั้งสมอง ร่างกาย และมีความพร้อมในการเรียนรู้
รวมทั้งจัดโครงการอาหารเสริม นมและไข่ ให้แก่เด็กปฐมวัยทุกคน
...เพิ่มคุณภาพการศึกษาพื้นฐาน ด้วยการ
พัฒนาครูคุณภาพและส่งเสริมการทำงานอย่างมีความสุข
ครูได้สอนวิชาที่ตรงกับสาขาที่จบมา
เพิ่มงบประมาณสำหรับเครื่องมืออุปกรณ์การสอน
เพิ่มอุปกรณ์การวิจัย อุปกรณ์การศึกษาค้นคว้าความรู้สำหรับครู
สนับสนุนให้โรงเรียนมีเจ้าหน้าที่ธุรการ
เพื่อให้ครูได้ใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทกับการพัฒนาเด็ก
...หลักสูตรทุกระดับ (ตั้งแต่ปฐมวัย)
ต้องปลูกฝังความเป็นพลเมืองที่ดี
มีลักษณะนิสัยพื้นฐานที่ดีงาม ได้แก่ ความซื่อตรง มีวินัย รับผิดชอบ
จิตสำนึกด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
เนื้อหาสาระที่ควรจะบรรจุในหลักสูตรทุกระดับ คือ ประวัติศาสตร์ไทย เพศศึกษา
การศึกษาระดับประถมและมัธยม ต้องมีภาคปฏิบัติเพื่อให้เด็กคิดเป็นและทำเป็น
...การศึกษาพิเศษ
ต้องเพิ่มงบประมาณสำหรับการศึกษาพิเศษ
สำหรับเด็กปัญญาเลิศ เด็กบกพร่องด้านสติปัญญาและร่างกาย
เพิ่มคุณภาพครู จัดหาสื่อการเรียนรู้ อุปกรณ์ช่วยผู้พิการ
...ผลักดันให้ทุกจังหวัดมีกองทุนการศึกษาและพัฒนาเยาวชน
...ยกระดับความสำคัญของการศึกษาตลอดชีวิต ด้วยการ
เพิ่มงบประมาณเพื่อเพิ่มศักยภาพสำหรับการศึกษานอกระบบ
การศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาทางไกล รวมทั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชน
...การศึกษาระดับอุดมศึกษา
เพื่อสร้างคนติดดิน เป็นพลเมืองดี และ ทำมาหากินได้
กำหนดโครงสร้างหลักสูตรใหม่ ที่มีสาระที่สอดคล้อง เตรียมกำลังคนสำหรับอนาคต
เตรียมคนสำหรับประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก
ต้องให้ความสำคัญต่อกิจกรรมนักศึกษา เพื่อให้เป็นคนติดดิน
เพิ่มงบประมาณการวิจัย เพื่อสร้างผลงานวิจัยที่มีผลต่อความกินดีอยู่ดีมีสุขของประชาชน
กำหนดค่าหน่วยกิตกลาง ของสถาบันอุดมศึกษารัฐและเอกชน ที่ไม่เอาเปรียบผู้เรียน

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปรองดอง.....โดยหยุดพูดไม่ดีต่อกันสักพักก็ดีนะ

เคยเข้าปฏิบัติธรรม 1 สัปดาห์
กิจกรรมที่ต้องทำคือ ฝึกสมาธิกำหนดลมหายใจ
ด้วยการเดินย่างหนอ ช้า ๆ อยู่บนแต่ละก้าว
และไม่มีการพูดคุยกัน ระหว่างผู้ที่เข้าปฏิบัติธรรม
ทั้งสัปดาห์ ไม่ได้คุยกับใคร
ไม่ได้คิดถึงผู้ใดเลย
อยู่กับการกำกับร่างกาย จิตใจ ของตนเอง
ท้ายที่สุด รู้สึกว่า ดีเหมือนกันนะ
แม้ในกลุ่มที่มาปฏิบัติธรรมจำนวนมาก
ก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ที่ประชุมของคนจำนวนมาก.... ก็เงียบสงบ

สังคมไทยเดี๋ยวนี้
วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนั้นเรื่องนี้....กระหึ่ม
สื่อมวลชนทุกชนิด ขายข่าวการวิพากษ์วิจารณ์
บางเรื่องไม่รู้ที่มาที่ไป แต่ก็วิจารณ์กันเซ็งแซ๋
กลายเป็นเรื่องวุนวายก็มี
บางเรื่องสักพักก็หายไปเข้ากลีบเมฆ

ต้องหันมาทบทวนกัน
การวิพากษ์วิจารณ์ แค่ไหน จึงจะไม่สร้างปัญหา
การพูดถึงคนนั้นคนนี้ เรื่องนั้นเรื่องนี้
แค่ไหนไม่สร้างปัญหาต่อกัน
แค่ไหนเรียกว่าสร้างสรรค์ ปรองดอง

ดีไหม ทุกฝ่ายหยุดพูดวิพากษ์วิจารณ์สักหนึ่งสัปดาห์
สื่อหันไปทำข่าวสร้างสรรค์
ดูซิว่า สังคมไทยจะเป็นอย่างไร

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย


นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ปี 2554

ในที่สุด...ก็เสร็จสิ้นวันที่ 3 กรกฎาคม 2554
วันเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ของประเทศไทย
เพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่ ขึ้นมาบริหารประเทศ

และ..แล้วผลการเลือกตั้งก็เป็นที่ชื่นชอบของคนไทยกลุ่มใหญ่
ที่มีฉันทามติเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล...
...ด้วยจำนวนผู้แทน 265 ที่นั่ง จากจำนวนทั้งหมด 500 ที่นั่ง
256 ที่นั่ง มาจาก สส เขต 203 ที่นั่ง สส บัญชีรายชื่อ 62 ที่นั่ง

สส บัญชีรายชื่อ หมายเลข 1 ชื่อ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ว่าที่ นายกรัฐมนตรี คนที่ 28 ของประทศไทย
จะเป็น นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ของประเทศไทย
จะเป็น นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 52 ของโลกตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน
จะเป็น นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 7 ของโลกปัจจุบัน และมีอายุน้อยที่สุด
โดยใฃ้เวลาเพียง 6 สัปดาห์ ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
ชั่วข้ามวันของวันที่ 3 กรกฎาคม 2554
เธอผู้นี้กำลังจะรับภาระอันสำคัญที่สุดในชีวิต
เพื่อประเทศชาติ
และถ้าเธอสามารถนำพาประเทศชาติสู่ความสุขสันติ
เธอจะได้รับการชื่นชมสนับสนุนจากคนไทยทั่วประเทศ

ขอให้เธอทำได้....

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

ชุมชนเข้มแข็ง และการรวมกลุ่มของประชาชน


นับกว่าสิบปี.....
มีการกำหนดนโยบายรัฐเกี่ยวกับชุมชนเข้มแข็ง
แม้แต่ในรัฐธรรมนูญ
ด้วยหลักคิดที่ว่า ชุมชนเข้มแข็งจะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประเทศชาติ

เมื่อประชาชนมีความรู้มากขึ้น มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากขึ้น
ก็คาดหวังกันว่า.....
ประชาชนจะสามารถรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน
ชุมชนก็จะเข้มแข็งยิ่งขึ้น ป้องกันไม่ให้ใครมาเอาเปรียบได้

ปัจจุบัน ปี 2554 มีการรวมกลุ่มของชุมชน
มีการรวมกลุ่มของประชาชน(หลายชุมชน)
ลักษณะของการรวมกลุ่มมีตั้งแต่ การรวมกลุ่มของอาชีพ
ไปจนถึง การรวมกลุ่มทางการเมือง

ถามหลายคนว่า การรวมกลุ่มของชุมชนในขณะนี้
เกินความคาดหวังของนโยบายรัฐ หรือรัฐธรรมนูญหรือไม่
คำตอบมีหลากหลาย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา
บ้างก็เห็นว่า การรวมกลุ่มที่เกิดขึ้นและเติบโตมากในปัจจุบัน
ไม่ใช่สิ่งที่ดี ไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังว่าจะให้เกิดขึ้น
บ้างก็เห็นต่างว่า ชุมชนเข้มแข็งแล้วไง
เพียงแต่เกิดเร็วกว่าที่คิด

ถอยกลับไป กว่า 60 ปีก่อนโน้น
ชาวนารวมกลุ่มกันไหม รวมอย่างไร รวมเพื่ออะไร
สมัยก่อน การลงแขกเป็นพฤติกรรมการรวมกลุ่มของชาวนา
เพื่อช่วยกันเกี่ยวข้าว
ชาวบ้านสมัยก่อน มีความโอบอ้อมอารี
งานบุญ จะมีเพื่อนในหมู่บ้าน บางทีแถมเพื่อนต่างหมู่บ้าน
มาช่วยงานกันคับคั่ง
งานศพ งานบวช มีคนมาช่วยงานกัน
เป็นการรวมกลุ่มแบบหนึ่ง

เมื่อความเจริญทางทุนนิยมรุกเข้ามา
คนมีทุนหาผลประโยชน์ได้มากกว่าคนจน
วัฒนธรรมการรวมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือกัน เสื่อมลง
เพราะ...คนในชุมชนต้องหาทางช่วยตนเองมากขึ้น
การรวมกลุ่มกันจึงน้อยลง
...จนต้องมีการกำหนดนโยบายรัฐ ให้ทำประชาสังคม
ให้ชุมชนรวมกลุ่มกันมากขึ้น

แต่มาถึงปีนี้ ปี 2554
มีการรวมกลุ่มชุมชน การรวมกลุ่มของประชาชน
เรียกร้องความยุติธรรมด้านอาชีพ
เรียกร้องความยุติธรรมทางการเมือง
น่าจะเป็นเรื่องที่ดี
ไม่น่าจะเป็นเรื่องรุนแรง

ถ้า ทุก ๆ ฝ่าย ลดอคติ
ลดความรัก โลภ โกรธ หลง
ไม่ใช้ความรุนแรงใด ๆ ในการแก้ปัญหา
มีเมตตาต่อกัน ทุกคนล้วนเป็นคนไทย
หลักธรรมของพระพุทธเจ้า คือ อริยสัจ 4
ลืมกันหรืออย่างไร

เราเป็นชาวพุทธ มีพุทธธรรมเป็นเครื่องชี้ทาง
การรวมกลุ่มของประชาชนที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ไม่ว่ากลุ่มใด ๆ
สามารถแปลงให้เป็นพลังทางบวกสำหรับประเทศชาติได้
ถ้าสามารถทำให้การรวมกลุ่มของประชาชน...เป็นพลังทางบวก
...จะทำให้ประเทศชาติเข้มแข็ง

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554

มหันตภัยธรรมชาติ คนไทยต้องตื่นตัว


คนไทยควรต้องสนใจภัยที่เกิดจากธรรมชาติ
ไม่ควรคิดว่า เราโชคดีกว่าประเทศอื่น ๆ
ไม่มีภูเขาไฟ ให้ต้องกลัว
โอกาสเกิดสึนามิ คงน้อย
คงไม่ต้องลำบากเหมือนประเทศญี่ปุ่นขณะนี้
แผ่นดินไหว ไม่มีตรง ๆ มีแค่เฉียดๆ

ถ้าเราคิดเช่นนั้น เราจะประมาท
เหมือนขณะนี้ ที่ผู้นำประเทศประมาท
ไม่ให้ความสนใจ
ถึงเวลามีปัญหา ก็แก้ปัญหาไป

แม้นักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยา
และผู้มีความรู้เกี่ยวกับโลก สุริยจักรวาล
ก็ไม่สามารถรู้หมดได้
ใต้พื้นโลกลงไป
ตัวแปรซับซ้อนทางธรรมชาติ
ไม่มีความรู้อันสมบูรณ์


การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ควบคุมไม่ได้
มนุษย์ได้อย่างดีแค่ตั้งรับเท่านั้น
ประเทศญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อว่ามีศักยภาพสูงมาก
เขาคงเตรียมการตั้งรับอย่างดีแล้ว
และเขาเผชิญกับภัยธรรมชาติมาตลอดชีวิต
เขายังพบกับความหายนะขนาดนี้ !!!

แล้วบ้านเราละ ???
ความรู้ จิตสำนึก การป้องกันตั้งรับเป็นอย่างไร
ควรหันกลับมาสนใจเรื่องภัยธรรมชาติให้มาก ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มผู้ปกครองประเทศ
ท่านเหล่านี้ น่าจะมีความรู้เรื่องธรรมชาติ
ท่านเหล่านี้ น่าจะรู้วิธีการตั้งรับภัยธรรมชาติ
ได้ดีกว่าประชาชน
อย่าปล่อยให้ภัยธรรมชาติ มาทำลายมนุษย์
แบบตามบุญตามกรรม
ใครโชคดี ก็รอด
ใครโชคร้าย ก็ตาย หรือหมดสภาพ

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554

โลกใบนี้


เช้าวันนี้ 19 มีนาคม 2554
ถ่ายทอดความรู้สึกต่อ "โลกใบนี้"
ด้วยบรรยากาศที่เย็นสบาย มีความสุข
มีกลิ่นหอม ๆ ของอาหารเช้าโชยมา
เสียงนกหลายชนิดส่งเสียงหากันรอบ ๆ บ้าน
คงมีอีกหลายบ้านที่มีความสุข

แต่อีกหลายคน หลายบ้าน หลายประเทศ ที่มีความทุกข์
ทุกข์จากภัยธรรมชาติ ที่เป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น
ทำลายชีวิตมนุษย์จำนวนมาก ทำลายที่อยู่อาศัย
ทำลายสิ่งที่มนุษย์สร้างไว้
หายสูญไปในพริบตา
อนิจจัง ไม่มีสิ่งใดคงทน
ความไม่แน่นอน คือความแน่นอน

การต่อสู้ภายในประเทศของหลายประเทศในช่วงนี้
เป็นการแย่งชิงผลประโยชน์
เป็นการแย่งชิงอำนาจ
เป็นการลุกขึ้นมาสู้กับผู้มีอำนาจ
เป็นการลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรม
เป็นการลุกขึ้นมาสู้เพื่อปากท้อง
ความสูญเสียเกิดขึ้น
ชีวิตมนุษย์ที่ถูกมนุษย์ทำลายกันเอง
เป็นอนิจจัง
มีอำนาจ ย่อมมีเสื่อมอำนาจ
มีได้ ย่อมมีเสีย
ท้ายที่สุด หนีไม่พ้น
มีชีวิต ย่อมมีวันสิ้นชีวิต

อะไรจะดีกว่า......
การใช้ชีวิตในโลกใบนี้ อย่างมีคุณค่า

ไม่ควรประมาทว่า
เราจะมีความสุข ในอากาศที่แสนสบาย ตลอดไป
เราจะมีตำแหน่ง เกียรติยศ เงินทอง และอำนาจ ตลอดไป
เราอยู่ในที่ปลอดภัย ไม่มีภัยธรรมชาติที่รุนแรง ตลอดไป

เพราะ "โลกใบนี้" ไม่ว่าแห่งหนใด
ความเป็นอนิจจัง... เท่าเทียมกันหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

ขอบคุณ สศช สนับสนุนศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย


ข่าวที่ สศช เสนอรัฐให้สนับสนุนงบประมาณ
ในการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย ของ อบต.
แห่งละ 2 ล้านบาท
ทำให้ดีใจ ที่ สศช ได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาคน
ซึ่งการเริ่มต้นสำคัญที่สุด คือ เด็กปฐมวัย
วัยเริ่มต้นที่ต้องได้รับการพัฒนาสมอง ร่างกาย จิตใจ และทักษะชีวิต
อย่างดีที่สุด
เพื่อการเติบโตที่มีคุณภาพในวัยต่อไป

ขอให้อบต.ทุกแห่ง นำเงินงบประมาณที่ได้
ใช้ให้ถูกทาง เช่น.....
จัดโปรแกรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
พัฒนาผู้ดูแลเด็กให้มีคุณภาพ
จัดหาอุปกรณ์ หนังสือเด็กเล็ก ของเล่น ที่เหมาะกับเด็กและมีคุณภาพ
จัดโปรแกรมอาหารกลางวันที่เสริมสร้างสมองและร่างกาย
ขอให้มีอาหารไข่ประกอบทุกวัน เช่น ไข่ต้ม ไข่ดาว ไข่เจียว
เพราะมีโปรตีนสูง โดยเฉพาะไข่แดงดีต่อสมอง
รวมทั้ง การปลูกต้นไม้ที่ร่มรื่น จัดสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย
เพื่อให้เด็ก ๆ ลูกหลานของเรา มีชีวิตที่ดีในร่มเงาศูนย์พัฒนา


ขอขอบคุณ สศช อีกครั้ง
ขอบคุณ อบต.ล่วงหน้า.....
ที่จะใช้เงินงบประมาณนี้ ไปสร้างเสริมเด็ก ๆ ลูกหลาน ในทางตรง
และหวังว่าจะไม่ใช้เงินงบประมาณนี้ ไปใช้ในการก่อสร้างใด ๆ เป็นหลัก

วันพุธที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2554

อารมณ์


อารมณ์ อธิบายยากมาก
เพราะมีหลากหลาย
ดี ร้าย ร้อน เย็น
มีผลดี ผลร้าย ผลข้างเคียง
ต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
จึงต้องเข้าใจอารมณ์ของตนเอง
ต้องควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในภาวะสมดุล
หรือบางทีต้องตัดอารมณ์นั้นทิ้งไป
เพื่อให้ตนเองสงบได้

หลวงตามหาบัว ท่านสอนข้าพเจ้าในวันนั้น
แม้ถ่ายทอดคำสอนของท่านไม่ได้

แต่ข้าพเจ้าพอจะเข้าใจได้.....
ปฏิบัติได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็ได้พยายาม

บางช่วงที่อารมณ์ร้อนแรง และเผลอไปไม่ดูแลอารมณ์
เมื่อย้อนกลับไปดูผลจากการกระทำเพราะอารมณ์นั้น ๆ
ก็เข้าใจได้ว่าไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ

แต่หลาย ๆ ครั้ง ที่ควบคุมอารมณ์ และตัดเจ้าอารมณ์นั้นไปได้
แม้ชั่วครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่า จิตสงบดี
เมื่อพยายามมากขึ้น ยิ่งรู้สึกสงบ สบาย

แต่คงยังไม่พยายามเพียงพอ ยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ดีพอ
จึงไม่มีโอกาสไปกราบนัสการหลวงตามมหาบัวที่วัดป่าบ้านตาด
อีกเลย

ได้แต่ระลึกถึงท่าน
และน้อมรับคำสอนของท่าน
มาดูแลอารมณ์ของตนเอง
ตลอดไป

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

กราบนมัสการ หลวงตามหาบัว


ปี ๒๕๔๐ ได้รับคำสอนจากหลวงตามหาบัว
ที่วัดป่าบ้านตาด
เป็นเรื่องหนึ่งในชีวิต ที่ข้าพเจ้าจดจำ
ไม่มีวันลืม


ในปีนั้น ข้าพเจ้ามีโครงการวิจัย
ที่ต้องไปเก็บข้อมูลที่จังหวัดอุดรธานี
หลังจากเสร็จธุระกับผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว
เรียนกับท่านผู้ว่า ฯ ว่าอยากจะไปกราบหลวงตามหาบัว
ท่านผู้ว่า ฯ บอกว่า ช่วงบ่ายท่านจำวัด
เพราะสุขภาพของท่านไม่ดีนัก
ข้าพเจ้ายังยืนยันว่า ขอให้ช่วยพาข้าพเจ้าไปที่วัดป่าบ้านตาดเถิด
ไปเห็นวัดก็ยังดี
แม้จะไม่ได้กราบหลวงตา ก็ยังอยากจะไป
ท่านผู้ว่า ฯจึงกรุณาจัดรถตู้ให้ ๑ คัน
พร้อมส่งข้าราชการที่จังหวัด ๓-๔ ไปเป็นเพื่อน

จำได้เป็นเรื่องแปลก พอรถตู้เลี้ยวเข้าถนนที่มุ่งสู่วัดป่าบ้านตาด
ฝนตกลงมาจั๊ก ๆ ทั้งที่ไม่มีวี่แววก่อนหน้านั้นเลย
น้อง ๆ ที่ไปเป็นเพื่อน พูดว่า หลวงตาคงให้พร
จำได้ว่า ข้าพเจ้าเปิดหน้าต่างข้างที่นั่ง แล้วยื่นมือออกไปรับน้ำฝน
พร้อมพูดว่า ขอรับพรจากหลวงตา

รถวิ่งไปตามถนนเล็ก ๆ ที่ตรงไปยังวัด
มองเห็นประตูวัดปิดอยู่
ก่อนถึงประตู มีรถคันหนึ่งวิ่งแซงมา แล้วลงไปลากประตูให้เปิดออก
แล้วรถคันนั้นก็เข้าไปก่อน
รถตู้ของเราจึงขับตามไป

ที่รู้สึกแปลกมาก ก็คือ ฝนที่ตกจั๊ก ๆ นั้น
ขณะที่รถถึงหน้าประตูวัด ฝนแทบจะหยุดตก มีเพียงพรำ ๆ เล็ก ๆ
ดังนั้นเมื่อรถจอดอยู่ที่อาคารไม้หลังหนึ่ง (เห็นเพียงอาคารเดียว)
เมื่อเราลงจากรถ จึงไม่ต้องกลัวเปียกฝนแล้ว

มีพระสงฆ์รูปหนึ่ง ท่านยืนอยู่ตรงอาคารไม้นั้น
อาคารนี้ ในตอนนั้น ข้าพเจ้าคาดว่า เป็นที่ที่สำหรับประชาชน
เพื่อทำบุญและฟังธรรมะ

พระสงฆ์รูปนั้น ท่านบอกแก่ข้าพเจ้าว่า ให้ไปกราบนมัสการพระพุทธรูป
เมื่อกราบเสร็จ ข้าพเจ้าคิดว่า ข้าพเจ้าก็คงต้องกลับแล้ว
แต่ปรากฎว่า พระสงฆ์รูปนั้น บอกว่า หลวงตาให้ไปกราบท่านที่กุฏิ
แล้วท่านก็นำทางไป

ข้าพเจ้าตกใจมาก แปลกใจมาก เพราะไม่คาดคิดจริง ๆ
และไม่คิดว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี จะจัดการให้ได้กราบหลวงตา
เพราะท่านผู้ว่า ฯ ท่านยังบอกข้าพเจ้าว่า ถึงไปก็ไม่ได้กราบหลวงตา
และน้อง ๆ จากจังหวัดที่ผู้ว่า ฯ ส่งมาเป็นเพื่อนนั้น เขาก็แปลกใจมาก
แถมเขาก็ดีใจมาก บอกว่า เพราะข้าพเจ้าทีเดียว ทำให้เขาโชคดี
นับเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้กราบหลวงตาใกล้ ๆ ทั้งที่เขาเป็นชาวอุดร
และบอกว่า ข้าพเจ้าทำบุญไว้มาก จึงได้พบหลวงตา

ข้าพเจ้าเดินไปถึงหน้ากุฏิไม้ หลังเล็ก ๆ มองขึ้นไป
เห็นหลวงตามหาบัว เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้พบ ได้เห็นท่าน
ข้าพเจ้าขึ้นบันได จนถึงขั้นสุดท้าย (ผู้ชาย ๓ คน ในรถคันแรกขึ้นไปก่อน)
แต่ข้าพเจ้างง ๆ อยู่ เห็นหลวงตานั่งลงตรงยกพื้นเลยหัวบันได
หลวงตามองหน้าข้าพเจ้าตรง ๆ บอกให้นั่งลงตรงหน้าของท่าน
ข้าพเจ้านั่งอยู่ตรงหน้าท่านจริง ๆ ในระยะใกล้ชิดมาก
ข้าพเจ้ายังงงไม่หาย

ยิ่งมองท่าน เห็นแววตาที่ท่านมองตรงมาที่ข้าพเจ้า
แววตาเมตตาล้นเหลือ ข้าพเจ้าอธิบายความรู้สึกไม่ได้
รู้แต่ว่า หลวงตาท่านช่างมีเมตตาต่อเราเหลือเกิน

ประโยคแรกที่ข้าพเจ้าได้ยินคือ "มาที่นี่แล้วรู้สึกอย่างไร"
ข้าพเจ้าจำได้ว่า คิดว่าจะตอบอย่างไรดี
แต่ก็หลุดปากโดยอัตโนมัติว่า "มาแล้วรู้สึกสงบคะ"
หลวงตากล่าวตอบว่า "ดีแล้ว ออกไปก็ขอให้รู้สึกแบบเดียวกันนี้"

ต่อจากนั้น หลวงตา (ตอนนั้นข้าพเจ้าเรียกท่านว่า "หลวงปู่")
ท่านสอนข้าพเจ้าเกี่ยวกับอารมณ์ ใช้เวลาประมาณเกิอบครึ่งชั่วโมง
ข้าพเจ้ายังแปลกใจว่า หัวข้อที่ท่านให้ธรรมะนั้น เหมาะแก่ข้าพเจ้ามาก
เพราะข้าพเจ้าเป็นคนเจ้าอารมณ์คนหนึ่ง โกรธง่าย โมโหง่าย
ไม่ค่อยจะยอมใคร สรุปแล้ว เป็นคนที่ต้องพัฒนาด้านอารมณ์
แล้วท่านหลวงตา ท่านคงหยั่งรู้กระมัง ถึงได้เตือนสติได้ตรงขนาดนั้น
ที่สำคัญ ท่านมองมาที่ข้าพเจ้าตลอดเวลาที่ท่านให้ธรรมะ
ข้าพเจ้าก็มองตอบด้วยความรู้สึกเคารพอย่างสูง และศรัทธายิ่ง

ประมาณครึ่งชั่วโมงที่มีคุณค่ายิ่ง ยังคงอยู่ในความทรงจำ
ข้าพเจ้าได้กราบท่านว่า ข้าพเจ้ากราบขอบพระคุณหลวงปู่ที่เมตตาให้ข้อคิด
ข้าพเจ้าจะนำไปปฏิบัติ
ท่านกลับตอบว่า....
"หลวงปู่ยังไม่ขอบใจนะ ทำได้เมื่อไร ให้กลับมา หลวงปู่จึงจะขอบใจ"

ข้าพเจ้าได้ไปวัดป่าบ้านตาดอีกครั้งหนึ่งในปีต่อมา แต่ไม่ได้เข้าไปกราบท่าน
เพราะผู้คนที่มากราบท่านมากจนเข้าไม่ถึงตัวท่าน
ต่อมาข้าพเจ้าพยายามจะไปกราบท่านที่สถานปฏิบัติธรรม แถว ๆ พุทธมณฑลสาย ๓
แต่ก็เข้าไปไม่ถึง และไม่ได้ไปกราบท่านอีกเลยจนถึงปัจจุบันนี้

แต่คำสอนของท่านยังดังก้องอยู่เสมอ
แววตาอันเมตตาของท่านยังอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม
ชีวิตที่ดีงามของข้าพเจ้า ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ในครั้งนั้น
ครั้งเดียวในชีวิต ที่ได้พบเห็นหลวงตามหาบัวเป็นครั้งแรก
เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่รับคำสอนโดยตรงจากท่าน
เป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่ได้กราบลงตรงหน้าหลวงตามหาบัว
นับเป็นบุญเหลือล้น

วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ต้นไม้ เป็นสิ่งมีชีวิต การตัดต้นไม้คือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต


การสร้างถนนหนทาง
การสร้างอาคารสถานที่
มักจะมีการตัดต้นไม้เสมอ
โดยอ้างเหตุผลความจำเป็นสารพัด

ทั้ง ๆ ที่สามารถเลี่ยงได้ ถ้าคิดจะเลี่ยง

ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิต เหมือนคน เหมือนสัตว์
ชาวพุทธ ใหความสำคัญของศีลห้า
ศีลข้อหนึ่งคือ ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
แต่...การทำลายชีวิต คน สัตว์ ต้นไม้เกิดขึ้นทุกวัน

วันนี้ อยากจะขอทานชีวิตของต้นไม้
โดยเฉพาะต้นไม้ที่ไม่ได้นำมาเป็นอาหารจำเป็น
แต่เป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงา ที่อยู่อาศัยนกกา และสัตว์
ต้นไม้ที่ช่วยดูดซึมน้ำใต้ดิน ช่วยป้องกันน้ำท่วม
ต้นไม้ที่ช่วยดูดซึมอากาศที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน
ตัดต้นไม้หนึ่งต้น นอกจากทำให้ต้นไม้ตายหนึ่งต้น
ยังส่งผลกระทบต่ออีกหลายชีวิตของสัตว์
ยังส่งผลต่อสภาวะของโลก....ต่อชีวิตมนุษย์

แม้จะมีกฎหมายลงโทษคนธรรมดา ๆ ที่ไปโค่นต้นไม้ที่มีคุณค่า
ก็ยังไม่เพียงพอ
เมื่อไรที่รัฐจะพัฒนาสิ่งก่อสร้างใดๆ ...ก็ไม่ควรโค่นต้นไม้แม้สักต้นหนึ่ง

ได้ทราบข่าวมาว่า ....
จะมีการสร้างถนนสี่เลน ที่จังหวัดน่าน
ชาวน่านดีใจส่วนหนึ่ง
แต่เขาไม่อยากจะสูญเสียต้นสักจำนวนมาก
ที่จะถูกโค่นไป เพราะการพัฒนาถนนหนทาง
มันไม่คุ้มเลยสำหรับการสูญเสีย

มีทางออก ขอเพียงแต่มีจิตสำนึก
โดยการเลี่ยงการตัดต้นไม้สัก
โดยการขยายไหล่ทาง ไม่ต้องทำถนนสี่เลนก็ได้
รักษาต้นไม้ไว้เถิด
ทำทานแก่ต้นไม้
ทำทานแก่ธรรมชาติ
ทำทานแก่มนุษย์

การพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การพัฒนาที่ไม่ทำให้เกิดการสูญเสีย
แต่เป็นการพัฒนา ที่สอดแทรกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เป็นผู้ใหญ่เสียเปล่า กลับทำตัวเป็นเด็ก


เมื่อผู้ใหญ่ถูกกล่าวหาว่า ทำตัวเป็นเด็ก
เป็นความหมายเชิงตำหนิว่า ไม่มีวุฒิภาวะ
ทำตัวไม่ได้เรื่อง ไม่ได้ราว
ไม่เอาไหน

ที่แน่ ๆ คงไม่ได้หมายความเชิงบวกว่า
คนผู้นั้นมีความคิดบริสุทธิ์ การกระทำใสสะอาด
น่ารัก น่าชื่นชม

ในความเป็นจริง
เด็กทุกคนมีความใสสะอาดทั้งจิตใจ สมอง และการกระทำ
เด็กจำนวนไม่น้อย ทำให้ผู้ใหญ่ทึ่งในความสามารถ
การทำตัวของเด็ก
ไม่มีความน่าเกลียดใด ๆ
แม้จะเป็นเด็กซน เกเร งอแง
ก็ไม่ได้น่าเกลียดเลย

ดังนั้น โปรดเลือกใช้คำอื่นแทนคำว่า "เด็ก"
ในการเปรียบเทียบกับผู้ใหญ่ที่ขาดวุฒิภาวะ
น่าจะเหมาะสมกว่า
มิฉะนั้น อาจจะมีเด็กตัวจริงเสียงจริง
ออกมาทักท้วง

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

CSR .....การแสดงบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคม

CSR...Corporate social responsibility
คำแปลภาษาไทย ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรบริษัท

ปัจจุบัน องค์กรเอกชนให้ความสำคัญ
ทำกิจกรรมที่หลายคนเรียกว่า คืนกำไรให้สังคม
หรือกิจกรรมที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม
ซึ่งมีหลายด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
การใช้แรงงาน ด้านคุณธรรมจริยธรรม จิตสำนึก
ที่มีผลกระทบต่อประชาชน และสังคม

ตัวอย่าง เช่น บริษัทบางจาก บริษัท ปตท.มีกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
กิจกรรมพัฒนาเด็ก เยาวชน
บริษัทไทยประกันชีวิต สนับสนุนโครงการวิจัยความมั่นคงในชีวิต
ส่วนใหญ่กิจกรรมที่จัดเพื่อสังคม จะเกี่ยวข้องกับกิจการขององค์กร

อีกส่วนหนึ่งที่เป็นหลักปฏิบัติภายในองค์กรบริษัท
ที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม
ได้แก่ความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ จริยธรรม จิตสำนึก
การเคารพกฏหมาย และแนวปฏิบัติสากล
และการเคารพต่อสิทธิมนุษยชน

องค์กรบริษัท ที่แสดงความรับผิดชอบ
จากภายใน..... คือ นโยบาย และการดำเนินการ
ที่มุ่งกำไร โดยมีผลกระทบน้อยที่สุดต่อสังคม
สู่ภายนอก..... คือ การนำผลกำไรบางส่วน
ไปชดเชยความสูญเสีย
ไปเสริมสร้างคุณภาพชีวิต คุณภาพสิ่งแวดล้อม

ที่สำคัญที่สุด คือ ต้องมีความสำนึกว่า
สังคมสันติสุข มาจากการไม่เปรียบกัน
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เกื้อกูลกัน
โดยมีความซื่อสัตย์ เป็นพื้นฐาน

วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554

สรยุทธ สุทัศนะจินดา กล้าคิด(ดี) กล้าทำ(ดี)

สรยุทธ สุทัศนะจินดา
ก่อนหน้านี้ เบื่อการดูข่าวที่สรยุทธนำเสนอ
เพราะเหมือนการแสดงชนิดหนึ่ง
เราต้องการเพียงข้อมูลที่เป็นความจริง
ต้องการรับข่าวที่น่าเชื่อถือ
หรือวิเคราะห์ด้วยเหตุผลและแหล่งอ้างอิง

แต่ช่วงน้ำท่วม ต้องขอชมคุณสรยุทธ
คิดเร็ว คิดดี กล้าตัดสินใจ และกล้าลงมือทำ
อย่างรวดเร็ว
รวมทั้งการแสดงออก ที่เห็นผ่านจอ จริงใจยิ่ง
แม้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จ มาจากหลายฝ่าย
ของช่อง 3 ก็ตาม
แต่ สรยุทธ เป็น"แบรน" ของการช่วยน้ำท่วม
เชื่อว่า คงได้ช่วยคนไทยที่ลำบากแสนสาหัส
เป็นจำนวนไม่น้อย
ขอชื่นชมยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น การไปจัดรายการข่าวในที่ไกล ๆ
เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นสภาพธรรมชาติ
หรือความเป็นอยู่ของผู้คนที่ห่างไกล กทม.
เป็นความคิดและการดำเนินการที่ดีมาก
เพราะได้สะท้อนสภาพจริง
และเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดียิ่ง
ภาพความหนาวเย็น สวยงาม และสมบูรณ์
ของดอยอ่างขาง
ทำให้อยากจะไปอีกโดยพลัน

นี่เป็นผลจากความจริงใจ จริงจัง
บนฐานของ กล้าคิด(ดี) กล้าทำ(ดี)

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

ขอคารวะคุณครูคนแรกผู้ยิ่งใหญ่

ช่วงเริ่มต้นของชีวิต ได้อาศัยร่างกายของคุณแม่
ซึ่งปลอดภัยที่สุด อบอุ่นกายและใจที่สุด
ได้ยินเสียงคุณแม่พูด ได้รู้สึกว่าคุณแม่กำลังเคลื่อนไหว
ได้รับรู้อารมณ์ ตลอดหลายเดือนที่คุณแม่ฟูมฟัก
จนกระทั่งวันที่เราออกมาสู่โลกภายนอก

แม้เราจะไม่คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมใหม่
แม้เราจะรู้สึกไม่ปลอดภัยเท่าเดิม
แต่ในเวลาถัดมา มีสัมผัสที่นุ่มนวลของใครคนหนึ่ง
ที่โอบอุ้มเราแนบร่างที่แสนจะอบอุ่น
เมื่อเรารู้สึกหิว เราได้รับสิ่งที่ทำให้เราหายหิวจากคนคนนั้น
คนทีโอบอุ้มเราเกือบตลอดเวลา
เรารู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน เป็นเสียงที่เคยได้ยินมาหลายเดือนแล้ว
ได้ยินเสียงที่เรียกตนเองว่า "แม่"
"แม่" เสียงนี้นี่เอง

"แม่" และต่อมา "พ่อ" เป็นผู้ที่ดูแลเรามา
ดูแลทุก ๆ เรื่องในชีวิต
ดูแลเป็นระยะเวลานานมาก
ดูแลจนกระทั่งถึงวันที่ท่านไปสู่สวรรค์

ขอกราบขอบพระคุณ ครูคนแรกผู้ยิ่งใหญ่
ขอให้คุณครู "แม่" และ"พ่อ" ไปสู่ภพภูมิที่สุขสงบยิ่ง

จากลูก ซึ่งเป็นลูกศิษย์ตลอดชีวิตของท่าน

วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554

ความซื่อสัตย์ ต้องปลูกฝังให้เด็กเมื่อรู้ความ

ความซื่อสัตย์
ผู้ใดมีประจำใจก็มักจะทำในสิ่งที่ถูกที่ควร
อาจจะมีบ้าง ที่หลงไปข้างทางบ้าง
แต่ตนเองก็จะเรียกสติกลับมาเองได้ในที่สุด

ความซื่อสัตย์
ต้องปลูกฝังตั้งแต่เริ่มรู้ความ
สอนเด็กให้ซื่อสัตย์ต่อตนเอง เริ่มต้น 3 เรื่อง
(๑) ไม่พูดปด
(๒) ไม่หยิบฉวยของผู้อื่นมาเป็นของตัว
(๓) ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายครบถ้วน
ผู้เขียนใช้ 3 เรื่องนี้สอนลูก ตั้งแต่ลูกเริ่มสื่อสารได้เข้าใจ
ก่อนเข้าอนุบาลด้วยซ้ำ
ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าเราสร้างฐานแบบไหนให้แก่ลูก
แม้เมื่อเขาเติบใหญ่ ต้องเผชิญกับผู้คน
ต้องเผชิญกับเรื่องที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
ต้องตัดสินใจ เลือกจะทำหรือจะไม่ทำ
เขาก็มีฐานคิดติดตัว
อย่างน้อย ๆ ก็เป็นเครื่องเตือนใจที่จะเลือกทางที่ถูกต้อง

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

โรงเรียนกวดวิชา ตัวชี้วัดคุณภาพทางการศึกษา

ถ้าโรงเรียน มีคุณภาพใกล้เคียงกัน
ถ้าคุณครู สอนให้เด็กเข้าใจกระจ่าง
สอนให้เด็กวิเคราะห์เป็น (คิดเป็น นั่นเอง)
ถ้าข้อสอบเข้า...มีคุณภาพ
ทั้งโรงเรียนระดับต่าง ๆ และมหาวิทยาลัย
สามารถวัดความรู้ ความจำ การนำไปใช้ การวิเคราะห์...
ที่เหมาะสมกับเนื้อหาสาระที่เด็กได้เรียนตามหลักสูตรนั้น ๆ

ถ้าเป็นดังว่า.....
โรงเรียนกวดวิชา ก็ไม่มีความหมาย
โรงเรียนกวดวิชา ก็ไม่เกร่อเหมือนทุกวันนี้
โรงเรียนกวดวิชา ก็ไม่ร่ำรวยอย่างที่เห็น
โรงเรียนกวดวิชา ก็ไม่ต้องกลัวถูกเก็บภาษีมาก ๆ

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

เด็กเอ๋ย เด็กดี

ทุก ๆ ปี เด็กจะได้รับคำขวัญจากนายกรัฐมนตรี
ถ้ารวมคำขวัญทุก ๆ ปี
สัก 9 ปี(แค่ ป 1 ถึง ม 3)
สิ่งที่ผู้ใหญ่มอบให้เด็กเป็น มอบให้เด็กประพฤติ
น่าจะประมาณได้ไม่ต่ำกว่า 30 เรื่อง
และถ้ามีกระบวนการที่นำคำสำคัญทั้งปวงเหล่านั้น
ไปใส่ในตัวของเด็ก
เด็กไทย ป่านฉะนี้ คงมีคุณภาพเป็นที่หนึ่งในโลก

ทำอย่างไร คำขวัญปีต่อปี จึงจะทำให้เป็นรูปธรรมได้
เหมาะต่อวัย และมีเป้าหมายชัดเจนว่า จะพัฒนาเด็กด้านใด

อย่างคำขวัญในปีนี้ ใครจะทำหน้าที่แปลงให้เป็นรูปธรรม
คิดกระบวนการให้ชัดเจน แล้วดำเนินการอย่างเข้มข้น
ปีหน้า นายกรัฐมนตรีคนที่จะมอบคำขวัญอะไร
ควรสานต่อคำขวัญปีนี้
เพื่อเติมเต็มศักยภาพของเด็กไทย

ที่สำคัญ อย่าให้เด็กบ่นกลุ้มใจ ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี
ก็แล้วกัน !!!!

วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

ซื่อ..กินไม่หมด คด..กินไม่นาน

ท่านผู้อ่านบล็อกนี้....ท่านคงมีประสบการณ์เกี่ยวกับความซื่อสัตย์
หรือได้ยินการเล่าขานเกี่ยวกับคนที่ซื่อสัตย์ ที่สมควรเป็นตัวอย่าง
ขอให้ท่านส่งเรื่องไปทาง e-mail
ที่ cmanee5221@gmail.com
ความยาวไม่เกินครึ่งหน้ากระดาษ A4
จะบันทึกลงในบล็อกนี้เพื่อเผยแพร่

ช่วยกันจรรโลงความซื่อสัตย์ไว้
เพื่อสังคมที่ดีขึ้นในอนาคต