C.Manee

C.Manee
คิดเก่ง ทำเป็น พูดได้

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

คำมั่นสัญญาต่อตนเอง



ข้าพเจ้าขอให้คำมั่นสัญญา ด้วยเกียรติยศและความภาคภูมิใจของข้าพเจ้าว่า
ตลอดชีวิตข้าพเจ้าจะยึดมั่นความคิดที่สะอาดบริสุทธิ์ คิดดี คิดสร้างสรรค์
ทำดี ทำในสิ่งที่ถูกต้องและสร้างสรรค์ ซื่อตรงต่อตนเองและต่อผู้อื่น
รู้จักความเพียงพอ ไม่โลภ ไม่เอาเปรียบผู้อื่น
มีความหนักแน่นและกล้าหาญที่จะยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องและยุติธรรม
ข้าพเจ้ามุ่งมั่นสร้างครอบครัวของข้าพเจ้าให้ความสุขและความเจริญอย่างพอเพียง
ข้าพเจ้าพร้อมจะเสียสละเวลาเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลและบริการแก่ผู้ที่มีความทุกข์ร้อน
ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า จะประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง
ต่อครอบครัว ต่อผู้อื่น และต่อสังคม
ให้ได้ตามคำมั่นนี้ทุกประการ

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

นี่เป็นอีกชีวิตหนึ่ง ตอนที่ 1/3 วัยเด็ก

จำไม่ได้ว่าบ้านที่อยู่อาศัยช่วงตั้งแต่เกิดถึงอายุ 12 ปี มีลักษณะอย่างไร เห็นรูปตอนอายุประมาณ 4-5 ปี จับมือกับพี่วิไล ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของคุณลุงชนะ ยืนอยู่หลังบ้านที่มีพงหญ้า จึงไม่เห็นหน้าบ้าน จะถามคุณก๋ง คุณย่า พ่อกับแม่ ก็ไม่ได้เสียแล้ว เพราะทุกท่านไปสวรรค์กันหมดแล้ว เดาเอาว่า รอบ ๆ บ้านคงมีต้นไม้ พงหญ้า มากกว่ามีผู้คน
บ้านที่จำได้ เป็นบ้านในตรอกพระยาสุนทร บริเวณหัวลำโพง เป็นตึกแถวสองชั้น ห้องที่ติดกันเป็นบ้านของคุณอาสุนทร มีรูปที่แม่อุ้มน้องชาย น้องสาวคนที่สองยืนอยู่ข้าง ๆ เป็นรูปหลังบ้าน แม่ปลูกต้นไม้ในกระถาง จำได้แค่นั้น เพราะต่อมาครอบครัวของเราย้ายไปอยู่บ้านใหม่ที่สะพานควาย เพราะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น บ้านจึงใหญ่ขึ้น
มีการย้ายบ้านอีก 2 ครั้งในชีวิตที่อยู่กับพ่อแม่ 2 ครั้งหลังย้ายไปฝั่งธนบุรี
จากบ้านเล็กหลังแรกที่มีสมาชิก 5 คน คือ ก๋ง ย่า ป๊า ม๊า และเรา ย้ายไปอีก 4 ครั้ง ครั้งสุดท้ายมีสมาชิกรวม 10 คน เพราะเรามีน้องตามมาอีก 5 คน
เป็นครอบครัวขยาย ที่เรียกกันอย่างนั้น

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นี่เป็นอีกชีวิตหนึ่ง ตอนที่ 1/2 วัยเด็ก

ในสมัยก่อน ครอบครัว นอกจากพ่อแม่ (ป๊า ม๊า) ยังมี อาก๋ง อาม่า อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ อาก๋ง อาม่า และป๊า อพยพมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ ในช่วงที่เมืองจีนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ความที่อาก๋งเป็นคนจีน จึงมีค่านิยมต่อเด็กผู้ชายแตกต่างกว่าเด็กผู้หญิง บังเอิญว่าผู้เขียนเป็นหลานคนแรก ถึงเป็นผู้หญิงก็ยังรักเป็นพิเศษ แต่ให้แต่งตัวทะมัดทะแมง ใส่กางเกงขาสั้น เป็นเด็กผู้ชาย ในวัยเด็กอยู่กับก๋ง มากกว่าอยู่กับป๊า ทำให้มีโอกาสพบปะกับผู้ใหญ่รุ่นอาก๋งหลายคน รวมทั้งไปโน่นมานี่กับอาก๋งเป็นประจำ ทำให้เป็นเด็กกล้า ไม่ขี้อาย และไม่กลัวคนแปลกหน้า
ประสบการณ์ยามเด็ก มีอิทธิพลต่อพัฒนาการและบุคลิกภาพไม่น้อย
ป๊า ชอบร้องเพลง เล่นซอได้ เพื่อน ๆ ของป๊าหลายคนที่รู้จัก ล้วนชอบร้องเพลง ทำให้ลูก ๆ ชอบร้องเพลงเช่นกัน
ม๊า เป็นแม่ที่ประเสริฐสุด เลี้ยงลูกหกคนด้วยความรัก ความอดทน ให้ความรู้และอบรมให้ลูก ๆ แสวงหาความรู้ตั้งแต่เยาววัยทุกคน
แม่มองเห็นความสำคัญยิ่งในการให้ลูก ๆ ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด ในขณะที่ป๊าเป็นหลักในการประกอบอาชีพ แม่ทำหน้าที่ดูแลทุกคนในครอบครัวอย่างดี จำได้ว่า แม่จะทำอาหารให้อาก๋ง อาม่า ป๊า และลูก ๆ 6 คน ตามที่แต่ละคนโปรดปราน
อาม่า (ย่า)เป็นสตรีจีนที่มีความสวย แต่งตัวเนี๊ยบด้วยเสื้อสีขาว ติดกระดุมคอด้วย นุ่งกางเกงแพรสีดำ ส่วนคุณก๋ง เสื้อเชิตขาว กางเกงสีเทาแก่เกือบดำ คาดเข็มขัด หล่อทุกวัน ป๊าก็แต่งตัวแบบคุณก๋ง มีแม่เท่านั้นที่แปลกไปกว่าคนอื่น ๆ แม่นุ่งผ้าถุง เสื้อกรอมสะโพก แม่ตัดเย็ยเสื้อผ้าเอง และตัดเสื้อผ้าให้ลูก ๆ ด้วย
คุณก๋ง ป๊า หน้าตาหล่อ ตาโต จมูกโด่ง อาม่าก็สวย เป็นผู้ดีเนี๊ยบ แม่เป็นสาวสวยนครชัยศรี แต่! ลูกสาวทั้ง 4 ไม่สวยเท่าแม่ ลูกชายทั้ง 2 ก็ไม่หล่อเท่าก๋งและป๊า
ระลึกถึง อาก๋ง อาม่า ป๊า ม๊า เมื่อวันวา..น อันยาวนาน
ทุกชีวิตเคลื่อนไปข้างหน้า ชะตาชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกันไป
หันกลับไปดูความเป็นไปในอดีตบ้าง
เปรียบเทียบกัน อะไรที่ดีขึ้น อะไรที่แย่ลง การใช้ชีวิตมีคุณค่าเพียงใด ทำอะไรที่ดีๆ ให้ครอบครัว ทำอะไรที่ดี ๆ ให้ตนเอง
และแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้ผู้อื่นบ้างหรือเปล่า

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นี่เป็นอีกชีวิตหนึ่ง ตอนที่ 1/1 วัยเด็ก

ก่อนปี 2510

เนื่องจากชีวิตในวัยเด็ก เรียนอยู่ในโรงเรียนฝรั่ง ที่มีแต่หญิงล้วน ความสุขความสนุกในการเรียน ก็ตามประสาเด็กผู้หญิง เช้าตรู่ก็ถึงโรงเรียนแล้ว ชอบเข้าโบสถ์ฟังมาแมร์ร้องเพลงและสวดมนต์ ทั้ง ๆ ที่เป็นชาวพุทธ ก่อนเข้าห้องเรียน จะต้องท่องบทคำสอนที่ครูสั่ง เรียกว่า "เอาการ" ถ้าจำไม่ผิด บ่อยมากที่ท่องไม่ได้ เพราะไม่ตั้งใจท่องหรือบางทีก็ไม่ได้ท่อง จึงถูกครูลงโทษตีด้วยไม้เรียว แต่ไม่ค่อยเจ็บเพราะกระโปรงยาว ในสมัยนั้นไม่มีการฟ้องร้องว่าครูตีเด็ก และพ่อแม่ รวมทั้งเด็ก ก็ไม่ได้โกรธครูแต่ประการใด ถือว่าเป็นการอบรมสั่งสอนให้นักเรียนเป็นคนดี ที่จำได้ว่าถูกครูตี ยังจำชื่อครูได้แม่นยำด้วยความรักเสียอีก
ชีวิตในวัยเด็ก จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่รวม ๆ แล้ว จำได้ว่ามีความสุข ความสนุก มากกว่าความทุกข์ เช้าขึ้นก็ไปโรงเรียน ด้วยรถรางจากบ้านไปถึงสีลม แล้วเดินต่ออีกหน่อยก็ถึงโรงเรียน ตอนยังเล็กอยู่ แม่หรือน้าจะพาไปส่งและไปรับกลับ โตขึ้นหน่อย ก็ขึ้นรถประจำทาง วันหยุด คุณก๋งพาไปรับประทานขนมจีบซาละเปา โดยรถสามล้อ
อาหารการกินสมัยเด็ก ๆ จำได้ว่า แม่ให้ทานไข่ลวกทุกวัน เจาะรูตรงกลางไข่ เหยาะแม็กกี้ แล้วดูดไข่ เป็นของกินที่ชอบ ของกินที่หน้าโรงเรียน จำได้ว่าเป็นขนมปังกระโหลก ผ่ากลางทาด้วยเนย หรือ น้ำพริกเผา มีอาบังขายโรตีใส่นมข้น อาบังขายถั่ว ก็ซื้อกินกันทุกคน
ไม่มีขนมถุงก็อปแก็ป
เช้า ๆ เย็น ๆ นอกจากจะวิ่งเล่นไล่จับแล้ว เน็ตบอลล์ บาสเก็ตบอลล์ เป็นที่สนุกสนานมาก มีการแข่งระหว่างโรงเรียนเครือข่ายด้วย จำได้ว่า แข่งกันจนพี่บางคนถูกถองฟันหัก ถือว่าเล่นกันแรงสุด ๆ แล้ว

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2552

ความรู้...วิจัย....ความรู้

ผู้ที่อยากจะเป็นนักวิจัย ต้องมีความรู้ ความเข้าใจความหมายของ theory ,principle, concepts
ซึ่งเป็นฐานสำคัญของความคิด ที่เชื่อมโยงไปสู่การวิจัย
โจทย์วิจัยเชิงปริมาณส่วนใหญ่ มีฐานทฤษฎีและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง
เป็นหลักในการกำหนดแนววิจัย

โจทย์วิจัยเชิงคุณภาพ นักวิจัยไม่ได้ยึดทฤษฎีใดเป็นกรอบแนวคิด
แต่นักวิจัยนั้นสั่งสมความรู้ ทฤษฎีทั้งหลาย อยู่ในมันสมอง
และใช้ความรู้เหล่านั้นอัตโนมัติในเวลาที่ทำการวิจัย

ความรู้จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่ง
ไม่ใช่เฉพาะการทำวิจัย
แต่สำคัญต่อการคิด การดำรงชีวิต การดำเนินชีวิต การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การสร้างสรรค์

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

research ติดปากเด็กในประเทศพัฒนา - เด็กไทย ?

คำว่า research ในภาษาไทยใช้ว่า การวิจัย
คำไทยคำนี้ ใช้กันมากในแวดวงวิชาการ ในมหาวิทยาลัย
บทบาทนักวิจัยถูกวางในบทบาทอาจารย์มหาวิทยาลัย
บทบาทนักวิจัยถูกวางในนักศึกษาบัณฑิตศึกษา
บทบาทดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวัน
บางคนชอบบทบาทนี้ บางคนเห็นเป็นยาขม
การวิจัย สำคัญอย่างไร
สำคัญต่อตนเอง คือ ทำให้ได้คิด ได้ศึกษาค้นคว้า ได้เรียนรู้ ได้ใช้ประโยชน์.......
สำคัญต่อสังคม คือ ทำให้สังคมทำอะไรก็ตามโดยไม่ใช้แค่สามัญสำนึก แค่ความคิดพื้น ๆ
แต่ใช้หลักฐานที่มาจากการดำเนินการที่เป็นระบบมาอ้างอิงและตัดสินใจ
หลานเล็ก ๆ เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 2 ในโรงเรียนที่ซิดนีย์ เล่าให้ฟังว่า วันนี้ต้อง research
คุณป้าถามว่า research คืออะไรคะ
เจ้าตัวเล็กทำหน้าฉงนเหมือนคุณป้าถามคำถามแปลก ตอบว่า คุณครูมีคำถาม ก็ต้อง research หาคำตอบ นะซิ
ความจริง เด็กไทยก็ทำ research นะ เวลาคุณครูสั่งให้ทำรายงาน เพียงแต่ไม่ได้ใช้คำนี้
ไม่เห็นจะน่ากลัว หรือเป็นยาขมเลย จริงไหม

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

ทำอะไรบ้าง ???

24 ชั่วโมงที่ผ่านไป ทำอะไรบ้าง
ย้อนถอยหลังไปเรื่อย ๆ ทำอะไรบ้าง
ทำเรื่องแรกที่สำคัญสุด คือ ทำกับตนเอง ทำอะไรบ้าง
ทำอะไรกับตนเองบ้าง
รักตัวเอง (โดยไม่เห็นแก่ตนเอง) ทำอะไรบ้าง
ดูย้อนกลับไป ที่เป็นอยู่เช่นทุกวันนี้ เพราะเราทำอะไรไว้
ทั้งดีและไม่ดี ล้วนมาจากการกระทำ ทำอะไรบ้าง
ทำกับผู้อื่น ทำอะไรบ้าง
พ่อแม่ พี่น้อง คนในครอบครัว ทำอะไรบ้าง
เพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง นาย ทำอะไรบ้าง
ทบทวนให้ดี ที่ทำไปแล้ว ดีมากกว่า หรือไม่ดีมากกว่า
คิดได้แล้ว
คิดว่าในวันพรุ่งนี้ และวันต่อ ๆ ไป จะทำอะไรบ้าง
ที่ดีกว่าวันวาน

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

สร้างคนสำคัญที่สุด

หมู่บ้านดอนขนาก อำเภอดอนยายหอม จังหวัดนครปฐม เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ประมาณ 300 ครัวเรือน มีอาชีพเลี้ยงกุ้ง ปลา ปลูกผลไม้ มีความเป็นอยู่เช่นดียวกับหมู่บ้านอื่น ๆ ในชนบท
ผู้เขียนบทความ เมื่อครั้งทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ดำเนินการวิจัยเชิงปฏิบัติการในการพัฒนาบ้าน - วัด - โรงเรียน ในพื้นที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ร่วม 10 ปี โดยใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา
เมื่อมาเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ของมหาวิทยาลัยคริสเตียน จึงมีดำริร่วมกับทีมงานว่า ควรจะมีกิจกรรมที่สามารถส่งเสริมการอยู่ดีมีสุขให้แก่ชุมชนที่มหาวิทยาลัยคริสเตียนตั้งอยู่
การพบปะพูดคุยกับชุมชน ทั้งชายและหญิง ที่วัดดอนขนาก ซึ่งเป็นวัดเดียวในหมู่บ้าน จึงเกิดขึ้น ด้วยความอนุเคราะห์จากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอนยายหอม ได้ความว่า ในกลุ่มผู้ชายที่มาคุยเป็นผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งและปลา เผชิญกับปัญหากุ้ง ปลาตาย ขายไม่ได้ราคา ขาดทุน จึงอยากจะได้ผู้รู้มาช่วยแนะนำวิธีการเพิ่มผลผลิต ลดการขาดทุน
ส่วนกลุ่มผู้หญิงที่มากันร่วม 30 คน ล้วนเป็นผู้สูงอายุหญิง เมื่อถามว่าทำอะไร อยากจะทำอะไร ก็บอกว่า อยู่บ้าน ไม่ได้ทำอะไร หลายคนบอกว่าไม่อยากทำอะไร แต่มีบางคนบอกว่าอยากจะเรียนรู้อาชีพ หารายได้เพิ่มอยู่เหมือนกัน
เมื่อมีความต้องการเช่นนี้ โอกาสในการส่งเสริมความรู้จึงจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2552

สังคมไทย วัดกันที่การพูด ??

พูด พูด พูด
มีแต่คนช่างพูด

สังคมของเราชอบฟังคนพูด แล้ววิจารณ์ว่าพูดดีนะ หรือพูดไม่ได้เรื่อง
สังคมของเรามักจะให้น้ำหนักเชื่อถือคนที่พูดดี
ดังนั้น คนที่อยากได้รับการยอมรับจากสังคมไทย ต้องฝึกทักษะการพูดที่น่าเชื่อถือก่อน
เพราะ.....
คนที่พูดจาไม่เก่ง ทื่อ ๆ ขวานผ่าซาก พูดตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ไม่อ่อนน้อมถ่อมตน
แม้จะเป็นคนดี คนเก่ง ก็ไปไม่ได้ไกล
สู้คนพูดเก่ง พูดน่าฟัง ไม่ได้
.....
สังคมใด ๆ ที่มองแค่เปลือก ก็ไปได้เท่าที่เห็นนี่แหละ
ต่อเมื่อคนในสังคมมีความรู้มากขึ้น คิดเป็นมากขึ้น
การมองก็จะทะลุระดับเปลือกไปที่แก่นมากขึ้น
สังคมก็จะขยับไปด้วยความมั่นคง

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

สิ่งที่เห็นและได้ยิน มีความจริงอยู่เท่าไร

คุณเห็นถนนเส้นหนึ่งสวยงามมาก มีต้นไม้เรียงรายเขียวชอุ่ม บนถนนไม่มีขยะสักชิ้น
แท้จริง ถนนเส้นนี้ มีเชื้อโรคที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอยู่มากมาย

คุณมองไปที่คนคนหนึ่ง ที่ผู้คนมากมายบอกว่าเป็นคนดีเหลือเกิน
แท้จริง ยังมีอีกด้านหนึ่งหรือหลายด้านที่คุณและผู้คนไม่รู้

คุณเห็นตำรวจจับโจรปล้นร้านทอง ประชาชนรุมด่าว่าประชาทัณฑ์
แท้จริง เขาเป็นโจรเต็มร้อยจริงหรือ

คุณดูภาพในโทรทัศน์ ฟังข่าววิทยุ ฟังผู้คนวิจารณ์เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเอาจริงเอาจัง
แท้จริง โทรทัศน์ วิทยุ สื่อทั้งหลาย และผู้คนที่วิจารณ์ รู้ความจริงอยู่เท่าไร
และให้ความจริงสักเท่าไร

lost in gain, gain in lost

ในชนะมีแพ้ ในแพ้มีชนะ
ในกำไรมีขาดทุน ในขาดทุนมีกำไร
ในได้มีเสีย ในเสียมีได้

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2552

ครอบครัวมั่นคง ประเทศชาติมั่นคง

แต่ละคนบรรลุความพึงพอใจในชีวิต
ครอบครัวอบอุ่น
ครอบครัวมั่นคง
ประเทศมั่นคง
เป็นผลเชื่อมโยงกัน
เมื่อครอบครัวมีปัญหา
เมื่อลูกหลาย ๆ คน มีเรื่องวิวาทกัน
เพราะลูกบางคนได้รับ(หรือคิดว่าได้รับ)สิ่งที่พ่อแม่ให้น้อยกว่าพี่หรือน้อง
เพราะลูกบางคนประพฤติตนผิดพลาด รุนแรง
พ่อแม่หลายคนทำโทษลูกรุนแรง ด่าว่าลูกทำชั่ว ทำเลว
มีนักจิตวิทยา นักวิชาการด้านพฤติกรรม ให้สติพ่อแม่ว่า
ลูกทำชั่ว ทำเลว ส่วนหนึ่งเพราะการอบรมเลี้ยงดูจากพ่อแม่
ส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อม
และส่วนหนึ่งมาจากจิตสำนึกของลูก
การด่าว่า ทำโทษรุนแรง ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดี
การใช้หลักเหตุผล การทำโทษที่เหมาะสม การให้อภัย เพื่อให้ลูกเข้าใจถูกต้อง
ไม่ให้มีความเจ็บช้ำน้ำใจจนเป็นแรงจูงใจต่อต้านยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรทำ
ยิ่งพ่อแม่มีลูกหลายคน ยิ่งต้องระวังไม่ให้ลูกทั้งหลายรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม
พ่อแม่ต้องแสดงความรักต่อลูกทุกคน พร้อมที่จะขจัดความไม่สุขใจของลูก
หากลูกทุกคนของพ่อแม่ มีความสุขโดยทั่วถึง
ย่อมไม่ทะเลาะวิวาท ย่อมไม่ประพฤติผิด ย่อมไม่สร้างความร้าวฉานในครอบครัว
ครอบครัวก็จะมีความรัก ความอบอุ่น ความมั่นคง
แต่ละประเทศ ก็เหมือนกับครอบครัวหนึ่ง ๆ
ผู้ที่มีบทบาทเป็นพ่อแม่ในประเทศ มีภาระที่จะสร้างความพึงพอใจในความสุขให้แก่ทุกชีวิต
ไม่เลือกรัก เลือกชังลูกคนใดคนหนึ่ง
ส่งเสริมสนับสนุนลูกทุกคนโดยยุติธรรม
ประเทศก็จะมีความมั่นคง เจริญก้าวหน้า โดยไม่ต้องสะดุดหยุดยั้ง

การชุมนุม

การชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ในประเทศไทย หรือ ในประเทศใด ๆ ในโลก เกิดจากสาเหตุใด
สาเหตุสำคัญ คือ มีเรื่องที่คนในกลุ่มมีความเห็นตรงกัน และต้องการแสดงออก
แสดงออกเพื่ออะไร
แสดงออก เพื่อให้ผู้ที่มีอำนาจ ผู้ปกครองประเทศ ได้รู้ถึงความเห็นและความต้องการ
แสดงออก เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ
ผลของการชุมนุมจะได้สิ่งที่ต้องการหรือไม่นั้น
ขึ้นอยู่กับยุทธวิธีในการชุมนุม
และขึ้นอยู่กับผู้ที่มีอำนาจในการตอบสนองต่อการชุมนุมเรียกร้อง

ความเท่าเทียม

แม้จะพูดกันเสมอว่า ทุกผู้ทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่ากัน
คนไทยทุกคนมีความเท่าเทียมกัน
นั่นเป็นสิ่งที่พึงจะมี
แต่ในความเป็นจริง
ความเท่าเทียมมีจริงหรือไม่
และต้องถามว่า อะไรที่เท่าเทียม
เป็นคำตอบที่ต้องตอบกันเอง

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552

ภาวะวิกฤติ ต้องมีมุมมองใหม่

ทั่วโลกมีปัญหาเศรษฐกิจ อเมริกา จีน ประเทศใหญ่ ๆ กำลังลำบากมาก ๆ
พวกเราล่ะ จะลำบากขนาดไหน !
บรรดาคนที่มีอายุเกินห้าสิบปี ผ่านร้อนมากผ่านหนาวมาก มาหลายต่อหลายครั้ง ก็ยังมีชีวิตอยู่
เพื่อต่อสู้ต่อไป
คนที่มีอายุน้อย ๆ ต้องแกร่ง ต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้
การมีชีวิตอยู่อย่างพอเพียง จะอยู่ได้นาน และทุกข์น้อย
ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดบวก จะทำให้มองเห็นทางแห่งการอยู่รอด
ใช้ความคิด มองทุกทิศให้รอบ มองตัวอย่างที่ดี ๆ
แล้วมองมาที่ตัวเอง ถึงเวลาของเราแล้ว ที่จะต้องเดินไปอย่างมั่นใจ

ไม่ท้อถอย เพื่อความอยู่รอด

ยังไม่มีงานทำ หางานไม่ได้ ตกงาน กำลังจะตกงาน ทำอย่างไรดี
สิ่งแรก เรื่องของใจ : มีกำลังใจ ไม่ท้อถอย ตั้งสติให้ดี
เรื่องต่อไป : อย่าอยู่นิ่ง มองรอบ ๆตัว มีอะไรบ้างที่จะทำให้เวลาหมดไปอย่างมีประโยชน์
หารือกับครอบครัว เผื่อมีความคิดดี ๆ ในการหารายได้
มีเม็ดเงินอยู่ทุกที่ รอให้คนมีฝีมือไขว่คว้า
คิดออก บอกกล่าวกัน เผื่อแผ่ให้คนที่กำลังลำบาก ได้เห็นแสงสว่างที่ปลายทางบ้าง

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วัยรุ่น (วัย)น่ารัก

ช่วงวัยรุ่น เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่รูปร่างหน้าตา
ตัวโตขึ้น แขนขาเก้งก้าง สาวน้อยเริ่มมีสิวบนใบหน้า มีหน้าอก มีประจำเดือน
หนุ่มน้อยเสียงแตก สิวไม่แพ้สาวน้อย
แค่นี้ทั้งสาวน้อยหนุ่มน้อยก็เริ่มมีความกังวล บางคนมีกังวลมาก เครียดมาก
พ่อแม่ พี่ ๆ และครู ต้องช่วยผ่อนคลายกังวล เป็นที่ปรึกษาที่ดี
หนุ่มน้อย สาวน้อย จะเริ่มสนใจซึ่งกันและกัน สมัยนี้ วัยรุ่นกล้าหาญกว่าสมัยคุณปู่คุณย่า (50-60 ปีก่อน)
การติดต่อสื่อสารง่ายมาก มีทั้งมือถือ MSN ที่ใช้ได้ทุกสถานที่ ไม่ต้องแอบซ่อนให้พ้นสายตาผู้ใหญ่
ดังนั้น การดูแลวัยรุ่นสมัยนี้จึงยาก
ดีที่สุด คือ ผู้ใหญ่กับวัยรุ่นต้องใกล้ชิด ให้ความอบอุ่นใจ เป็นเพื่อนให้คำปรึกษาแนะนำ
การเฝ้าระวังควรอยู่ในระดับพอดี ที่ไม่ทำให้วัยรุ่นระแวง ไม่ไว้ใจ

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ละครทีวีกับสังคมไทย

การใช้เวลาสักชั่วโมงถึงสองชั่วโมง ระหว่างเวลา 20.30-22.30 น ดูละครไทยช่อง 3,5,7 มีข้อคิดดังเช่น
1. ทุกเรื่องแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ตบ เตะ ตี ด่า ดุ ปรากฏในทุกเรื่อง
2. เรื่องราวประเภทแม่ผัวใจร้าย นางตัวอิจฉา นางเอกน้ำตาตก พระเอกใจร้าย ตัวละครอยู่บ้านหลังใหญ่โต ตัวละครประกอบ เช่น คนรับใช้ มักบ๊อง ๆ
3. เรื่องเก่านำมาแสดงใหม่ ซ้ำซาก ดูมาหลายครั้งตั้งแต่เด็กจนเกษียนอายุ หาเรื่องใหม่ ๆ สนุก ๆ ยาก
ลองย้อนกลับมาดูสังคมไทยบ้าง ละครไทยเหล่านี้ ชี้วัดว่าสังคมไทยเป็นอย่างไร