นิสิตนักศึกษาในอดีต ที่ปัจจุบันอายุล่วงเข้าสู่ปัจฉิมวัย....
จำนวนไม่น้อย นอกจากเรียนหนังสือ
......ยังทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยในสมัยนั้น
หลายต่อหลายคน ไปร่วมชุมนุมในช่วง 14 ตุลา , 6 ตุลา
......ต่อเลยไปถึงพฤษภาทมิฬ
ล้วนมีบทเรียนจากการร่วมต่อสู้ในครั้งนั้น ๆ
ผ่านมาถึงยุคที่กิจกรรมนิสิตนักศึกษา.....
ถูกกระบวนการที่มองไม่เห็น ทำลายไป
นิสิตนักศึกษาจึงสนใจกิจกรรมบันเทิง
....เฮฮา สนุกสนาน เดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้า
ชมรมกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษา
....อาจารย์ในมหาวิทยาลัย ที่เคยทำกิจกรรมมาก่อน
มีความรู้สึกห่วงสภาพดังกล่าวไม่น้อย...
มาวันนี้ 30 สิงหาคม 2553...
ได้ฟังนิสิตจุฬา ฯ นักศึกษารามคำแหง และนักศึกษามหิดล
....แสดงโลกทัศน์ ทัศนะต่อสังคม ต่อการเมืองไทย
ในรายการของคุณจอม เพชรประดับ....VOICE TV
....ชื่นใจ ชื่นชม นิสิตนักศึกษา ทั้ง 3 คนอย่างมาก
ทั้งสาม เป็นตัวแทนของนิสิตนักศึกษาจำนวนไม่น้อย
....ที่มีวุฒิภาวะสูง สมกับที่ได้รับการศึกษามา
อยากบอกว่า ...อาจารย์มหาวิทยาลัยไม่น้อย
อยากให้ลูกศิษย์กล้าคิดต่างด้วยเหตุผล กล้าพูดในสิ่งที่คิด
และกล้าทำ ในสิ่งที่เกิดประโยชน์
อยากบอกว่า...อาจารย์มหาวิทยาลัยไม่น้อย
ยืนหยัดในประชาธิปไตย ยืนหยัดในความถูกต้อง
...แม้ว่า อาจารย์บางคน อาจจะหลงทางไปบ้าง ก็ตาม
ความคิด คำพูด ของนิสิตนักศึกษา สะท้อนได้ว่า
พวกเขาจะไม่ยอมปล่อยให้มีการขีดวงอนาคตประเทศไทย
เพื่อให้เขาเดินไปตามเส้นที่ขีดไว้
แต่พวกเขา มีสมอง มีปัญญา มีวิสัยทัศน์ ที่จะ...
กำหนดอนาคตประเทศไทย
ที่มีพวกเขาเป็นอนาคตของชาติ
C.Manee
คิดเก่ง ทำเป็น พูดได้
วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ความเงียบ
เรื่องราวที่เกิดในบ้านเมืองของเรา เมื่อไม่นานนี้
ทำให้เกิดคนไทยไม่น้อยช๊อค อึ้ง อัดอั้น อึดอัด เจ็บช้ำ
ความรู้สึกนี้ ยังคงอยู่
เมื่อมีความรู้สึก ย่อมมีปฏิกิริยาตามมา
ปฏิกิริยา มีหลายแบบ ; ตอบโต้ทางวาจา ดั่งที่เห็นจากนักการเมืองทั้งหลาย
ตอบโต้ทางกาย ดั่งที่เห็นการกระทำของกลุ่มต่าง ๆ ที่แสดงออกมา
ตอบโต้ทางใจ ซึ่งมองไม่เห็น แต่ส่งผ่านทางกายและวาจา
การตอบโต้ทางกาย วาจา มองเห็น และทำให้รู้ว่ารู้สึกอย่างไร
แต่การตอบโต้ทางใจ ที่มองไม่เห็น และถ้าไม่แสดงออกมาผ่านทางกายและวาจา
เป็นสิ่งที่น่ากลัว
มีผู้วิเคราะห์ (ด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำ)ว่า คนไทยไม่รู้สึกรู้สมหรืออย่างไร
กับการถูกละเมิดสิทธิ โดยการใช้กฎหมายบังคับ
คนไทยไม่รู้สึกรู้สมหรืออย่างไร ที่เด็กน้อยทางเหนือถูกจับเพราะถือป้ายประท้วง
อยากจะวิเคราะห์ว่า..... คนไทยยังรู้สึกชา ชาเหมือนเวลาที่ถูกฉีดยาชา
จึงมีความเงียบเข้ามาแทน.....
รอเมื่อไรที่ยาชาหมดฤทธิ์..... การตอบโต้จากใจ จะแสดงออกมาทางกายและวาจา
อะไรที่เกิดขึ้นหลังจากความเงียบ จะบอกถึงความในใจเหล่านั้น
ทำให้เกิดคนไทยไม่น้อยช๊อค อึ้ง อัดอั้น อึดอัด เจ็บช้ำ
ความรู้สึกนี้ ยังคงอยู่
เมื่อมีความรู้สึก ย่อมมีปฏิกิริยาตามมา
ปฏิกิริยา มีหลายแบบ ; ตอบโต้ทางวาจา ดั่งที่เห็นจากนักการเมืองทั้งหลาย
ตอบโต้ทางกาย ดั่งที่เห็นการกระทำของกลุ่มต่าง ๆ ที่แสดงออกมา
ตอบโต้ทางใจ ซึ่งมองไม่เห็น แต่ส่งผ่านทางกายและวาจา
การตอบโต้ทางกาย วาจา มองเห็น และทำให้รู้ว่ารู้สึกอย่างไร
แต่การตอบโต้ทางใจ ที่มองไม่เห็น และถ้าไม่แสดงออกมาผ่านทางกายและวาจา
เป็นสิ่งที่น่ากลัว
มีผู้วิเคราะห์ (ด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำ)ว่า คนไทยไม่รู้สึกรู้สมหรืออย่างไร
กับการถูกละเมิดสิทธิ โดยการใช้กฎหมายบังคับ
คนไทยไม่รู้สึกรู้สมหรืออย่างไร ที่เด็กน้อยทางเหนือถูกจับเพราะถือป้ายประท้วง
อยากจะวิเคราะห์ว่า..... คนไทยยังรู้สึกชา ชาเหมือนเวลาที่ถูกฉีดยาชา
จึงมีความเงียบเข้ามาแทน.....
รอเมื่อไรที่ยาชาหมดฤทธิ์..... การตอบโต้จากใจ จะแสดงออกมาทางกายและวาจา
อะไรที่เกิดขึ้นหลังจากความเงียบ จะบอกถึงความในใจเหล่านั้น
ป้ายกำกับ:
คิดถึง มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)