อึดอัดจริงๆ !!!! กับคำพูดร้ายๆ
ทำไม ? ? จึงอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขไม่ได้ แม้จะไม่ชอบกัน
ทำไม ? ? จึงอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขไม่ได้ แม้จะไม่ชอบกัน
ทุกวันมีแต่ข่าวคนกลุ่มหนึ่ง ที่นับจำนวนได้และเปิดตัวชัดเจนว่าเป็นใคร เป็นคนสำคัญแค่ไหน ด่ากันไปเสียดสีกันมาเป็นคำพูดร้ายๆ หยาบคาย ขอเรียกว่าเป็นคนกลุ่มหนึ่ง แยกออกมาจากคนไทยส่วนใหญ่ (เพราะคนส่วนใหญ่ยังเป็นสุภาพชนอยู่) ภายในกลุ่มนี้ ประกอบด้วยคนที่เกลียดชังกัน เป็นศัตรูกัน มักแสดงความเกลียดชังต่อกันด้วยคำพูดร้ายๆ รุนแรง หยาบคาย ผ่านสื่อทุกประเภท เพื่อทำให้คู่กรณีหมดสภาพ หมดรูป ลดเครดิต เคียดแค้น และแล้วคู่กรณีก็จะสาดคำพูดเกลียดชังกลับไป........
การสาดความเกลียดชังไปมา ถ้าเปรียบน้ำลายร้ายๆ เป็นน้ำเน่าเหม็น ระหว่างคนสาดกันเองย่อมเหม็นไปหมดแล้ว
คนอยู่วงนอกโดนน้ำเหม็นๆ ที่กระเซ็นไปถูก ย่อมเหม็นไปด้วย จนอาจจะกระโดดเข้าร่วมวงด้วย การสาดความเกลียดชังก็อาจจะขยายวงกว้างออกไป
หมายความว่า...คนไทยบางคนที่แม้ยังไม่มีความเกลียดชังต่อกัน หากได้รับรู้ความเกลียดชังผ่านปากหรือสื่อต่างๆ บ่อยๆเข้า ก็อาจจะเมามันในอารมณ์ กลายเป็นกองเชียร์ นานๆไป กองเชียร์บางคน
จะเริ่มกลายเป็นคนเล่นไปด้วย ทีนี้ก็เหม็นไปโดยทั่วถึง
แต่คิดบวกเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ที่เป็นประชาชนธรรมดา ๆ ไม่มีความเคียดแค้นอันใดต่อกัน
จะเบื่อหน่ายกลุ่มคนที่ชอบสาดความเกลียดด้วยวาจามากกว่า ดังนั้น ความเหม็นก็คงจำกัดอยู่ในกลุ่มนั้น
ความเกลียดชัง เป็นอารมณ์ร้าย ที่เผาผลาญทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้วอดวายได้ เบื้องหลังของความเกลียดชังหรือสาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้ความเกลียดชังเกิดขึ้นมีหลายสาเหตุ บางสาเหตุเกิดจาก
ถูกกระทำที่ทำให้เกิดการสูญเสียอย่างมาก เช่น การถูกโกง การถูกทำร้ายรังแก การถูกแย่งชิงอะไรบางอย่างไป การพ่ายแพ้ บางสาเหตุเกิดจากความอิจฉาริษยา บางสาเหตุเกิดจากความเชื่อตามกลุ่ม
โดยไม่ต้องมีเหตุผลประกอบ
เราดูได้จากละครไทยทุกวันนี้ ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว เกือบทุกเรื่องมีประเด็นการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น แสวงหาประโยชน์บนความทุกข์ของผู้อื่น อิจฉาริษยา และการใช้ถ้อยคำหยาบคายรุนแรงด่าทอกัน รวมทั้งการตบตี ทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน ชัดเจนมาก...เพียงแต่ว่าในละคร ภาษาท่าทางร้าย น่าเกลียดมากๆ มาจากฝ่ายผู้ร้าย ตัวร้าย เป็นหลัก จะมีประปรายบ้างจากฝ่ายดี พระเอก นางเอก
ที่มีการตอบโต้บ้าง ละครยอดนิยมทั้งหลายที่ติดกันงอมแงม เป็นภาพสะท้อนได้ดี
ในชีวิตจริงทุกวันนี้ คำสอนดีๆ จากศาสนา พระบรมราโชวาท ที่ได้ยินทุกๆ วันจากสื่อทั้งหลาย
กลับไม่มีอิทธิพลในการขัดเกลาความคิด สติ การพูดและการกระทำ เรากลับต้องได้ยินได้อ่านคำร้ายๆแรงๆแสดงความเกลียดชังมาจากคนกลุ่มหนึ่ง ที่มีทุกคุณวุฒิ ทุกวัยวุฒิ ไม่จำกัดเพศอีกต่างหาก
ข้อเสนอแนะจากประชาชนคนหนึ่ง ไปสู่ผู้ที่มีความเกลียดในหัวใจ ขอให้กลับไปอ่านคำสอนดีๆ
ของศาสนาที่ตนเองนับถือ น่าจะมีทางออกที่ดีสำหรับการปฏิบัติภายใต้ความเกลียดชังที่มีอยู่
การแสดงออกในแบบสุภาพชนด้วยเหตุผลข้อมูลจริง จะสร้างสรรค์สังคมมากกว่า
ความเกลียดชังในจิตใจ หนึ่งทำร้ายตนเอง
หนึ่งกระทบต่อครอบครัวคนใกล้ชิด และถ้าเป็นคนมีอิทธิพลต่อสังคม
ความเกลียดชังจะกระทบต่อสังคมด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น