ประเทศที่เจริญเพราะคนมีคุณภาพ
คนมีคุณภาพเพราะผ่านกระบวนการศึกษาที่มีคุณภาพ
การศึกษาเป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างคน
สร้างคนที่มีทุนทางปัญญา
ทางสังคม และทางอารมณ์......ให้เป็นกำลังคนที่สามารถในการปฏิบัติ งานต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองประเทศ
ปัญหาการศึกษาไทยมีมากมาย
จะไม่กล่าวในที่นี้
แค่คิดดัง
ๆ ... สัก 3 ประเด็น
ในการสร้างคน สร้างกำลังคน และสร้างชาติ
1.
ยกระดับความสำคัญของการศึกษาตลอดชีวิต… เพื่อพัฒนาคนตั้งแต่เกิดจนตาย
การศึกษาตลอดชีวิตเป็นกระบวนการศึกษาเพื่อให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้รับความรู้
ได้เรียนรู้สาระหลากหลายที่เป็นพื้นฐานความรู้ทั่วไป ไปจนถึงสาระเกินกว่าพื้นฐานที่มีความเป็นปัจจุบันซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต
จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัว
เช่น ทั้งชายและหญิงควรได้เรียนรู้เพศศึกษา การวางแผนครอบครัว
การดูแลตนเองเวลาตั้งครรภ์และการดูแลเลี้ยงดูลูก
บทบาทหน้าที่ในครอบครัว การดูแลสุขภาพ อาหารการกิน การออกกำลังกาย การดูแลสิ่งแวดล้อม บทบาทหน้าที่ในการเป็นพลเมือง มีจิตสำนึกเพื่อเป็นพลเมืองที่ซื่อสัตย์
รับผิดชอบ รู้เสียสละ เป็นต้น
รัฐต้องไม่ละเลยจุดเริ่มต้นนี้...
หลังจากการศึกษาที่รัฐจัดให้ทุกคนได้เรียนฟรีในขั้นพื้นฐานแล้ว
จะมีเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีกำลังทรัพย์สำหรับการศึกษาต่อ เยาวชนเหล่านั้น บ้างก็เข้าสู่การประกอบอาชีพ เป็นแรงงานไร้ฝีมือในโรงงานอุตสาหกรรม
บ้างก็ทำงานบริการในร้างอาหาร ปั๊มน้ำมัน รับจ้างเพื่อยังชีพ บ้างก็มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ เป็นภาระของครอบครัว
จนอาจจะเลยเถิดกลายเป็นปัญหาของสังคมต่อไป
เป็นสัจธรรมที่คนทุกคน ย่อมอยากมีชีวิตที่ดี
มีความสุข ย่อมอยากมีอาชีพที่มั่นคง
ย่อมอยากมีเงินรายได้เพียงพอในการดำรงชีพ แต่...คนไทยจำนวนมากยังลำบากอยู่
เพราะมีความสามารถจำกัดในการทำงาน
นั่นหมายความว่า ทุนปัญญา ทุนสังคม
ทุนอารมณ์ ของเขาเหล่านั้นควรได้รับการพัฒนาให้เป็นกำลังคนที่มีคุณภาพมากขึ้น
เพื่อให้เขามีความสามารถในการทำงานมากขึ้น
บทบาทของกระบวนการศึกษาตลอดชีวิตจะเติมเต็มในส่วนที่ขาดได้
เช่น มีโปรแกรมพัฒนาทักษะ เพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพที่หลากหลาย และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มอายุ
ซึ่งอาจจะจัดเป็นการศึกษาตลอดชีวิตเฉพาะด้าน เช่น
การศึกษาตลอดชีวิตด้านอาชีวศึกษา
การศึกษาตลอดชีวิตด้านอาชีพการเกษตร การศึกษาตลอดชีวิตด้านอาชีพอิสระ
การศึกษาตลอดชีวิตด้านอาชีพสำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น
ยกตัวอย่างเช่น
ในภาวะภัยแล้ง ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่มีปัญหาในการเพาะปลูก
หากมีอาชีพเสริมที่สามารถสร้างรายได้ ก็จะทำให้ชีวิตมีสุขมากขึ้น เป็นต้น
นับเป็นภารกิจที่สำคัญมาก ที่รัฐต้องยกระดับความสำคัญของหน่วยงานที่รับผิดชอบให้มีแผนระดับชาติที่มีทิศทางชัดเจนต่อเนื่องระยะยาว
มีงบประมาณมากเพียงพอ และมีกลไกที่มีประสิทธิภาพ
2. ยกเครื่องหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อสร้างกำลังคนในอนาคต
การศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นกระบวนการศึกษาเพื่อพัฒนาคนในช่วงอายุ
3-16
ปี เตรียมคนให้เป็น “กำลังคน” ของประเทศ
ที่ไม่ด้อยในสังคมโลก
20 ปีข้างหน้า โลกจะเป็นอย่างไร
ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร จะต้องสร้างคน สร้างกำลังคนแบบไหนที่สามารถนำประเทศได้ ภาพจึงต้องชัดเจน
คนไทย ใน 20 ปีข้างหน้า
จะมีหน้าตาอย่างไรนั้น มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างคน สร้างกำลังคน
และสร้างชาติ ต้องร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ
ในส่วนของการศึกษา อีก 20 ปีข้างหน้า หลักๆ คือ คนไทยต้องสามารถพูด อ่าน เขียนได้ดีในภาษาแม่และภาษาหลักของโลก
มีทักษะจำเป็นในการประกอบอาชีพ(ในยุคนั้น) และน่าจะสามารถประกอบอาชีพในประเทศอื่นได้ด้วย
หรือเรียกง่ายๆ ว่า เป็น “อินเตอร์” นั่นเอง ใช่หรือไม่
ดังนั้น หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในระบบโรงเรียนสำหรับสร้างคนเป็นกำลังคนในอนาคต
คงต้องมีความเป็น “อินเตอร์” เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพูด อ่าน เขียน
ภาษาต่างประเทศ ได้ด้วย คล้ายๆกับนักเรียนที่จบจากโรงเรียนนานาชาติ
ที่ผู้ปกครองที่มีรายได้สูงนิยมส่งบุตรหลานเข้าศึกษา
ในประเทศไทยมีโรงเรียนนานาชาติ
หรือที่เรียกว่า โรงเรียนอินเตอร์หลายแห่ง
ที่ผู้มีกำลังทรัพย์นิยมส่งลูกหลานเข้าไปเรียน
มีโรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียงบางแห่งใช้หลักสูตรที่เรียกว่า International Baccalaureate หรือ IB เป็นหลักสูตรการศึกษาที่จัดขึ้นใน 125 ประเทศ เพื่อนักเรียนที่ต้องย้ายที่เรียนจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง มีการบูรณาการความรู้ทางวิชาการ
ความเข้าใจและมุมมองทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน แบ่งเป็น 3
ระดับ คือ (1) หลักสูตรการศึกษาระดับต้น
สำหรับนักเรียนอายุ 3-12 ปี
มุ่งเน้นพัฒนาการในวัยเด็กที่เกิดขึ้น (2)หลักสูตรการศึกษาระดับกลาง
สำหรับนักเรียนอายุ 11-16
ปี มุ่งเนื้อหาสาระวิชาการ
ความรู้ทั่วไปและทักษะชีวิต และ (3) หลักสูตรการศึกษาระดับประกาศนียบัตรนานาชาติ
สำหรับนักเรียนอายุ 16-19
ปี เพื่อเตรียมศักยภาพและคุณสมบัติเพื่อการเข้าสู่การศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำทั่วโลก
อีกประเด็นคือ การสร้างหลักสูตรใหม่
หรือ การปรับปรุงหลักสูตร อะไรดีกว่ากัน ?
การออกแบบหลักสูตรใหม่
ที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะสร้างคนเป็นกำลังคนแบบใด ทำให้บรรจุเนื้อหาสาระ
วิธีการเรียนรู้ของผู้เรียน วิธีสอนของครู วิธีการประเมินผล และชั่วโมงเรียน
ได้สมบูรณ์ย่อมดีกว่าการปรับปรุงหลักสูตร เอาวิชานี้เข้าไป เอาวิชานั้นออกมา แล้วครูปรับวิธีสอนเอาใหม่
เหมือนกับการสร้างถนนใหม่ที่มีโครงสร้างแข็งแรง ผู้สร้างตั้งใจสร้างอย่างมีคุณภาพ
ย่อมดีกว่าใช้ถนนเก่าที่มีแต่รอยปะพื้นถนนเต็มไปหมด
และเมื่อยกเครื่องหลักสูตร
ก็ต้องสร้างครูใหม่ พัฒนาครูเก่าขนานใหญ่ สร้างระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนใหม่ และต้องสร้างนวตกรรมการเรียนรู้ใหม่อีกมากมาย
3. ยกระดับอาชีวศึกษาและวิชาชีพอุตสาหกรรม
ค่านิยมทางสังคมเกี่ยวกับอาชีวศึกษาที่ได้ยินบ่อย
ๆ ว่า ถ้าเรียนอะไรไม่ได้/ เรียนต่อมหาวิท ยาลัยไม่ได้/สมองไม่ดี เรียนไม่เก่ง / ฐานะไม่ดี ไม่มีเงิน ก็ไปเรียนสายอาชีวะ
สายช่าง ซึ่งเป็นค่านิยมที่ผิดเพี้ยนบิดเบี้ยวของสังคมไทยที่ต้องแก้ไขโดยด่วน
เพื่อให้ผู้เรียนรู้สึกภาคภูมิใจที่ก้าวสู่สายอาชีพ
ที่มีความสำคัญยิ่งต่อความเจริญของประเทศ
การยกระดับที่เป็นรูปธรรมคือ
รัฐประกาศความสำคัญในการสร้างกำลังคนสายอาชีพ ระดับกึ่งฝีมือ
ระดับฝีมือและระดับผู้ชำนาญเฉพาะสาขาวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำหนดนโยบายในการผลิตกำลังคนด้านวิชาชีพช่างอุตสาหกรรมทุกระดับ
ที่มีสมรรถนะและจิตสำนึกเชิงวิศวกรรม มีทักษะความชำนาญ ทำงานได้จริง โดยผลิตในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
ภาคธุรกิจและบริการ เพื่อสร้างขีดความสามารถให้ประเทศไทยเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในกลุ่มประเทศอาเซียน
บนความสมดุลของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคม และคุณภาพสิ่งแวดล้อม
และเพื่อให้อาชีวศึกษาขับเคลื่อนอย่างมีทิศทาง
การจัดการอาชีวศึกษาต้องเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจและท้องถิ่นที่สถาบันการศึกษาตั้งอยู่
เพื่อให้อาชีวศึกษาในฐานะผู้ผลิตจะได้ผลิตกำลังคนตรงกับความต้องการของผู้ใช้
รวมทั้ง ยังอาจจะร่วมกันผลิต ร่วมลงทุน
ซี่งย่อมสร้างผลได้ต่อทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ในคราวเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม การยกระดับความสำคัญของอาชีวศึกษาต้องควบคู่กับนโยบายของรัฐในการผลักดันส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนทั้งหลาย
ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าสูงและเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนด้วย
ถึงตอนนั้น ไม่เพียงแต่ประเทศไทยจะเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว การอาชีวศึกษาและวิชาชีพอุตสาหกรรม ก็จะยืนอยู่แถวหน้าในวงการศึกษาเช่นกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น